“อะไร เพิ่งผ่านไปแค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วหรือ ตอนที่เจ้าเป็นบ่าวอยู่ข้างกายข้า ยังต้องคุกเข่านานกว่านี้เสียอีก เพิ่งมาอยู่ข้างกายท่านแม่ทัพได้ไม่นาน ก็กลายเป็นคนบอบบางไปเสียแล้ว”
ซ่งจือเวยมองเหยียนจือที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอมแล้วก็เดือดดาลขึ้นมา ภาพยามชุยเจ๋ออยู่กับนางผุดขึ้นในหัวอย่างห้ามไม่อยู่
นางสารเลวคนนี้ต้องใช้สีหน้าเช่นนี้ยั่วยวนชุยเจ๋อ แล้วเกลี้ยกล่อมจนชายหนุ่มเต็มใจโอบกอดและทำเรื่องสนิทสนมกับนางเป็นแน่
แววตาของซ่งจือเวยเย็นเยียบจนชวนหวาดหวั่น นางหยิบมีดสั้นออกมาจากแขนเสื้อ จ่อแนบใบหน้าของเหยียนจือ ความเย็นยะเยือกซึมผ่านผิวหนัง ทำให้ร่างของเหยียนจือสั่นเทา
“ข้าส่งเจ้าไปอยู่ข้างกายชุยเจ๋อ ไม่ใช่ให้เจ้าไปคิดหาทางเอาความโปรดปรานจากเขา แต่ให้ไปจัดการเฉินซือซือ ช่วงนี้เจ้ายังไม่ได้ลงมืออะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ช่างเป็นคนไร้ประโยชน์จริง ๆ”
“รีบจัดการเฉินซือซือเสียแต่เนิ่น ๆ อยากได้ทรัพย์สมบัติและเกียรติยศแบบไหน ข้าก็ให้เจ้าได้ทั้งนั้น”
ซ่งจือเวยใช้มีดสั้นตบแก้มเหยียนจือเบา ๆ แม้นางอยากกรีดใบหน้านั้นให้ยับเยินเสียตั้งแต่ตอนนี้ แต่เฉินซือซือยังไม่ถูกกำจัด ซ่งจือเวยจึงยังทำเช่นนั้นไม่ได้
“บ่าว... บ่าว...”
เหยียนจือแสร้งพูดติดอ่าง พูดอย่างไรก็พูดไม่จบสักประโยค ซ่งจือเวยลุกขึ้นอย่างรังเกียจ ก่อนเก็บมีดสั้นกลับเข้าไปในแขนเสื้อ
“ไม่รู้จริง ๆ ว่าชุยเจ๋อเห็นอะไรในตัวเจ้า หรือเป็นเพราะใบหน้านี้กันแน่”
แววริษยาวูบผ่านดวงตาของซ่งจือเวย พอทุกอย่างจบลง นางจะลอกใบหน้านี้ออกมาให้ครบถ้วน