จั่วต้งเหลียงไม่ใช่เด็กที่เลี้ยงง่ายเลย พอร้องขึ้นมา ก็ร้องจนหอบแทบขาดใจ ใบหน้าเล็ก ๆ แดงก่ำ ราวกับจะร้องจนหมดสติไปเสียให้ได้
เขาร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เกิด ในช่วงสองเดือนนี้เป็นไข้ไปแล้วสามครั้ง
ยาที่หมอเท้าเปล่าจ่ายให้มีฤทธิ์แรง เห็นผลเร็ว
ไข้หายแล้วก็จริง แต่วันเดียวกันเด็กกลับขึ้นผื่นลมพิษ
ทั้งก้นทั้งแขนเป็นปื้นแดงไปหมด
ทำเอาสวีหลิ่วปวดใจแทบขาด
“อยู่กับพวกแกทีไรก็โมโหจนจะตายทุกที แค่ช่วยหยิบช่วยจับยังทำไม่เป็น เลี้ยงพวกแกไว้แล้วมีประโยชน์อะไร”
สวีหลิ่วว่าจั่วฟางไร้ประโยชน์
จั่วฟางก็จะรู้จักทำงานให้มากขึ้น และพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
พอเธอว่าจั่วเฉ่าไร้ประโยชน์
จั่วเฉ่าก็จะยึดคำพูดของเธอเป็นพระราชโองการ แล้วทำตามอย่างเคร่งครัดจนถึงที่สุด
ช่วงนั้นบ้านวุ่นวายไปหมด สวีหลิ่วเจอใครก็พร่ำบ่น ถึงกับกัดฟันพูดว่า “เด็กคนนี้มาเกิดเพื่อทวงหนี้ชัด ๆ ถ้าไม่คลอดมันออกมา บ้านเราจะมีเรื่องมากมายขนาดนี้ได้ยังไง ตั้งแต่มันกลับมา ก็ไม่เคยเจอเรื่องดี ๆ สักเรื่อง”
เรื่องนี้ทำให้จั่วต้าหยางตีไม้หักไปสองท่อน
แน่นอนว่าไม่ได้ตีจั่วเฉ่าจนไม้หัก
จั่วต้าหยางไล่จั่วเฉ่าไม่ทันก็จริง แต่ไม่ใช่ว่าจะตามไม่ทันเสียทีเดียว แค่จั่วเฉ่าวิ่งไปพลางร้องโหยหวนไปพลาง น่าอับอายเกินไปหน่อย
จั่วต้าหยางจึงได้แต่เอาไม้ไประบายอารมณ์
จั่วต้าหยางเป็นคนเหมือนประทัด จุดนิดเดียวก็ระเบิด พอระเบิดเสร็จก็ไม่เหลืออะไรแล้ว
จั่วเฉ่าออกไปเดินเล่นข้างนอกสักรอบ กะว่าอารมณ์ของเขาคงเย็นลงแล้ว
