“ยังไม่รู้อีกเหรอ ปีนี้โรงเรียนทุ่มทุนสุด ๆ เลยนะ สอบได้ที่หนึ่ง มีรางวัลเป็นหมูสามชั่ง สามชั่งเชียวนะ! แล้วยังมีหมั่นโถวแป้งขาวอีก”
“ลูกสาวแกสอบได้ที่หนึ่ง แถมยังเป็นที่หนึ่งของชั้นประถมสามด้วย”
ข่าวสารทยอยเข้าหูทีละเรื่อง จั่วต้าหยางฟังแล้วถึงกับมึนงง
ฟังดูเป็นข่าวดี แม้จะรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง แต่จั่วต้าหยางก็ยังฝืนยิ้มตาม แล้วพยักหน้าเออออไปด้วย
“พรุ่งนี้ให้เมียฉันไปบ้านแก ขอเคล็ดลับหน่อยนะ” ชาวบ้านตบไหล่จั่วต้าหยาง สีหน้าเต็มไปด้วยความอิจฉา
จั่วต้าหยางกลับบ้านไปด้วยความงุนงง
สวีหลิ่วรู้ข่าวเร็วกว่าจั่วต้าหยางอยู่บ้าง
ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นคนมีความสามารถจริง ๆ ถึงกับทำให้โรงงานฆ่าสัตว์ส่งหมูมาที่โรงเรียนได้
แต่สวีหลิ่วไม่คิดเลยว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับบ้านตัวเองด้วย
“แกพูดว่าอะไรนะ จั่วเฉ่าไปเรียนหนังสือ? ไปเรียนอะไรกัน ใครจ่ายค่าเล่าเรียนให้มัน? ป้ามันไม่ใช่ไม่ยอมให้เงินพวกเราหรอกเหรอ?”
จั่วต้าหยางเกาหัว “ได้ยินว่าเป็นค่าเรียงความอะไรสักอย่าง เขียนบทความแล้วได้เงินด้วยเหรอ? แล้วมันอยู่ไหนล่ะ ฉันจะไปตามหา เรื่องใหญ่ขนาดนี้ยังไม่บอกพวกเรา ในสายตามันยังเห็นพ่อแม่อยู่ไหม”
สวีหลิ่วเรียกจั่วฟางที่อุ้มน้องชายออกมา “มานี่ มานั่งบนม้านั่ง แม่จะถามหน่อย น้องสาวแกออกไปข้างนอกทุกวันทำอะไรบ้าง แม่เห็นพวกแกสองคนสนิทกันดีนี่”
จั่วฟางกะพริบตา แล้วส่ายหน้า
เธอรู้ว่าจั่วเฉ่าไปทำอะไรมา แต่ไม่มีเรื่องไหนที่เธอกล้าพูดออกไป
“อย่าคิดจะช่วยปิดบังให้มันนะ พวกเราเป็นพ่อแม่ จะทำร้ายลูกตัวเองได้ยังไง”
สวีหลิ่วจ้องจั่วฟางเขม็ง
จั่วฟางขยับก้นเล็กน้อย เสียงเบาราวกับยุง “ฉันไม่รู้จริง ๆ”
สวีหลิ่วเห็นท่าทางแบบนั้นก็โมโห แต่เมื่อนึกถึงว่าต้องเค้นคำตอบจากปากลูก จึงพยายามข่มอารมณ์ ทำสีหน้าอ่อนโยนแล้วพูดต่อ
