พอข้าวของหนัก ๆ ที่พวกนางแบกมาถูกลากเข้าไปในห้อง หลานชิงถึงได้ค่อย ๆ สำรวจสภาพแวดล้อมตรงหน้าอย่างระวังตัว
บ้านหินดีกว่าบ้านกระท่อมหญ้าโคลนมากเลยจริง ๆ แหงนหน้ามองเห็นผนังเรือนสะอาดสะอ้าน ก่อด้วยหินภูเขาก้อนใหญ่เล็กเรียงซ้อนเหลื่อมกัน ตามร่องฉาบด้วยดินเหนียวสีเหลืองอ่อน รอยหินหยาบชัดเจน พื้นก็บดอัดด้วยแผ่นหิน ไม่เหมือนกระท่อมพื้นดินของพวกนางเลย เวลาฝนตกเท้าเข้าบ้านถ้าไม่ขัดน้ำให้แห้ง ในบ้านก็จะเปียกเฉอะแฉะโกลาหล
ตอนนั้นกระท่อมหญ้าของเผ่าสร้างไม่ดีนัก ผนังทั้งสี่เป็นหญ้าแห้งกับกิ่งไม้ระเกะระกะไขว้กัน ร่องรั่วลม พื้นผนังมีฝุ่นบาง ๆ จับเสมอ พื้นทับถมด้วยเศษหญ้าแห้ง ความชื้นคละคลุ้งกลิ่นคาวไม้คาวหญ้าไปทั่วเรือน พอเจอลมก็มีเศษหญ้าแห้งร่วงลงมาพรู่ ๆ ดูเคอะเขินรกรุงรังไปทุกแห่งหน ช่างต่างจากบ้านหินนี้ราวฟ้ากับเหว
ถึงสามีสิ่งมีชีวิตมารทั้งสองจะคอยดูแลเก็บกวาดทุกวัน แต่ก็อดมีฝุ่นจับทั่วบ้านไม่ได้
ยิ่งปีนี้หิมะลงกะทันหัน ปีก่อน ๆ ก่อนหิมะตกยังซ่อมแซมได้ทัน ปีนี้ยังไม่ทันได้ซ่อมเลย
ทารกในผ้าห่ออาจสัมผัสได้ถึงไออุ่นในบ้าน จึงร้องอืออาเบา ๆ หลานชิงยื่นมือมาแหวกเสื้อหนังสัตว์ออก แล้วหยิบกระบอกไม้ไผ่เล็กออกมาจากซับใน ภายในบรรจุน้ำต้มสุก มีอุณหภูมิร่างนางกักเก็บความอุ่นไว้ตลอด ถึงตอนนี้จะไม่ร้อนเหมือนตอนเพิ่งเดือด แต่ก็ยังพอมีไออุ่นอยู่บ้าง นางค่อย ๆ แนบริมกระบอกไม้ไผ่ไว้ริมฝีปากเด็กน้อย ทารกก็รีบดูดดื่มทันที
