"นี่! อันอวี๋ เจ้าทำแบบนี้ได้ยังไง เห็นชัด ๆ ว่าเจ้าเป็นคนมาทำซุปปลาที่เมืองร้อยสิ่งมีชีวิตมารไม่ใช่หรือ?" ฮวาซวินกัดฟันพูด แม่สิ่งมีชีวิตมารได้เป็นนายเมืองแล้วก็จริง แต่ก็ควรไล่เผ่าเสือดาวออกไปไม่ใช่หรือ ทำไมถึงปล่อยให้อันอวี๋เข้าออกได้ตามสบาย
ก็เมื่อก่อน ครอบครัวนางก็เคยถูกไล่ออกไปเหมือนกัน
"ไม่แลกก็ไปซะ" วันนี้ยังไม่ได้ขอดเกล็ดปลาเลย อันอวี๋หาหินก้อนหนึ่งนั่งลง ยื่นเล็บออกมาขอดเกล็ดต่อหน้าต่อตา
เห็นตัวเองถูกเมินแบบนี้ ฮวาซวินยิ่งโกรธจนแทบคลั่ง นางหรี่ตามองอันอวี๋แล่ปลา ท่าทางของอันอวี๋คล่องแคล่ว สีหน้าจดจ่อ ขนตาทอดต่ำลงบนตัวปลา รู้สึกเหมือนว่าปลาในมือสำคัญกว่านางเสียอีก!
อันอวี๋ใช้เล็บกรีดท้องปลาเอาเครื่องในออก ส่วนทางด้านเฮยหลินก็ทำตามอย่าง ไม่รู้ไปคว้าเอาเกล็ดสีดำมาจากไหนมาเริ่มแล่บ้าง
มองดูท่าทางจริงจังของนาง ฮวาซวินรู้สึกว่าตัวเองจนปัญญาแล้ว ต่อให้นางโกรธแค่ไหน ก็ไม่อยากเห็นสิ่งมีชีวิตมารต้องตายในฤดูหนาว ทุกปีในช่วงฤดูหนาว จะมีสิ่งมีชีวิตมารหนาวตาย ในฤดูหนาวช่วยได้ก็ช่วย เป็นกฎที่สิ่งมีชีวิตมารทุกตนเข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องเอ่ยปาก นางยืนหายใจเข้าลึก ๆ อยู่กับที่ ตัดสินใจว่าข้ามฤดูหนาวไปแล้วค่อยมาทะเลาะกับอันอวี๋ ตอนนั้นนางต้องหิวจนซูบผอม ไม่กล้าทำหยิ่งยโสแบบนี้แน่
ส่วนนาง ตอนนั้นอ้วนพีแน่นอน ดูสิว่าอันอวี๋จะยังกล้าเมินนางรึเปล่า!
พอคิดได้แบบนี้ ฮวาซวินก็รู้สึกดีขึ้นมากในทันที
นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนตอนเดินผ่านบ้านฉิงซาน กลิ่นซุปปลาลอยออกมาหอมมาก ฤดูนี้จับปลายากแล้ว อีกทั้งลงน้ำก็จะทำให้หนังสัตว์เปียกชื้น พอดีมาแลกกับอันอวี๋สักสองสามตัว
