ปี้เฉิงเฉินเป็นเทพที่มีโลกเป็นของตัวเองแล้ว!
อาจารย์บอกว่า อย่าลงไปยังโลกในกองการ์ดต้นแบบโดยตรงจะดีกว่า โลกเหล่านี้มีศรัทธาและแนวคิดเป็นของตัวเองแล้ว หากลงไปทันที อาจทำให้การ์ดส่วนใหญ่พังได้ง่าย
ควรค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป เริ่มจากแต่งเรื่องขึ้นมาสักหน่อย ค่อย ๆ มอบทรัพยากร แล้วค่อย ๆ พัฒนาการ์ด แบบนี้พอถึงช่วงท้าย การ์ดก็จะมีจิตใจแน่วแน่ ขีดจำกัดสูงขึ้น แถมอาจก้าวข้ามข้อจำกัดของเผ่าพันธุ์และสร้างสกิลขึ้นมาเองได้
ตอนเก็บขยะ ปี้เฉิงเฉินก็คิดเรื่องพวกนี้ไว้เกือบครบแล้ว เวลานี้เธอจึงอัดแน่นไปด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะเริ่มยัดทรัพยากรให้โลกมนุษย์
พอยัดทรัพยากรเข้าไปแล้ว ก็ต้องคัดกรองกองการ์ดด้วย ว่าการ์ดระดับไหนบ้างที่เข้าไปยังจุดทรัพยากรได้ จะคัดตามระดับก็ได้ หรือจะกรอกเงื่อนไขบางอย่าง แล้วให้เฉพาะการ์ดที่ตรงตามเงื่อนไขเข้าไปก็ได้
ปี้เฉิงเฉินคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกรอกเงื่อนไขลงไปสองข้อ
【ผู้ที่มีใจใฝ่ต่อสู้สามารถเข้าไปได้โดยไม่มีเงื่อนไข】
【ผู้ที่ไม่มีใจใฝ่ต่อสู้แต่มีพรสวรรค์และความสามารถ หากเกิดใจใฝ่ต่อสู้ขึ้นมาก็สามารถเข้าไปได้】
อาจารย์บอกว่า ตอนเลือกการ์ดควรเลือกใบที่เข้ากันได้ดีให้มากที่สุด ไม่อย่างนั้นการ์ดจะคอยต่อต้านตนเอง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาและเติบโต
แน่นอนว่า จุดทรัพยากรทุกแห่งย่อมมีเงื่อนไขแฝงอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือโชค
...
ในห้องทำงานแห่งหนึ่งบนโลกมนุษย์ ใกล้ถึงเวลาเลิกงานแล้ว เสี่ยวจางยืดเส้นยืดสายพลางบ่นออกมาอย่างไม่คิดปิดบังว่า “ไม่กี่นาทีนี้ผ่านไปช้ามาก เหมือนยาวนานเป็นเดือนเลย”
เพื่อนร่วมงานที่เก็บของเสร็จแล้วซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ พยักหน้าตาม “นั่นสิ เวลาทำงานยาวนานเหมือนผ่านไปเป็นปี แต่พอเลิกงานกลับผ่านไปไวเหมือนม้าขาวพุ่งผ่านช่องประตู”
ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้ม ก่อนตอกบัตรเลิกงานตรงหกโมงเย็นแล้วรีบออกจากบริษัทไป
หัวหน้าที่นั่งอยู่ไม่ไกลทำเป็นไม่ได้ยิน สองคนนี้เป็นตัวแสบของบริษัท ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาก็บอกว่าจะไม่ทำโอที แถมตอกบัตรเข้าออกตรงเวลาเป๊ะทุกวัน เธอเคยเตือนให้ทั้งคู่ระวังตัวไปสองครั้ง หลังจากนั้นก็ไม่ยุ่งอีก ใคร ๆ ก็เป็นมนุษย์เงินเดือนกันทั้งนั้น
อย่างน้อยพอมีตัวแสบสองคนนี้อยู่ การตอกบัตรเลิกงานตอนหกโมงสามนาทีก็ดูเป็นเรื่องปกติขึ้นเยอะ
ระหว่างทางกลับบ้าน เสี่ยวจางเปิดมือถือกะจะสั่งอาหารเดลิเวอรี แบบนี้พอถึงบ้านอาหารก็น่าจะมาส่งพอดี แต่ไม่รู้มือถือเป็นอะไร จู่ ๆ ก็เด้งโฆษณาขึ้นมา ก่อนที่เธอจะได้กดอะไร มันก็กระโดดไปยังหน้าอื่น ติดตั้ง แล้วเปิดใช้งานเอง...
เกมกาก ๆ!
【คุณได้รับสิทธิ์เข้าเล่นเกมของเทพีแห่งการต่อสู้ อีก 10 วินาทีจะเข้าสู่ดันเจี้ยนโดยอัตโนมัติ】
【ดันเจี้ยนแรกเป็นดันเจี้ยนทดสอบ หลังจบดันเจี้ยน คุณจะได้รับพรสวรรค์ประทานจากเทพตามผลงาน】
【สิบ เก้า แปด...】
เสี่ยวจาง: ?
เสี่ยวจางด่าเจ้าของเกมกาก ๆ ไปเป็นรอบที่สาม ตัวนับถอยหลังก็หมดลง ภาพตรงหน้าพร่าเลือน แล้วจู่ ๆ เธอก็มาโผล่ในโลกเหล็กกล้าแห่งหนึ่ง
ทุกสิ่งที่นี่สร้างขึ้นจากโลหะ แต่โลหะเหล่านั้นดูเก่าคร่ำครึเป็นพิเศษ ไม่สิ ไม่ใช่เก่าคร่ำครึ แต่มันมีร่องรอยจากการต่อสู้ต่างหาก ทั้งรอยฟันจากดาบกระบี่และร่องรอยการระเบิดนับไม่ถ้วน
เธอก้มมองมือถืออีกครั้ง
【มนุษย์ในโลกนี้สร้างปัญญาประดิษฐ์ขึ้นมา แต่ศูนย์กลางปัญญาประดิษฐ์ที่ควบคุมทุกสิ่งกลับถูกเทพชั่วร้ายปนเปื้อนระหว่างการเรียนรู้และวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง จนเกิดจิตสำนึกขึ้นมาเอง นับแต่นั้น มนุษย์ก็กลายเป็นแหล่งพลังงานที่เครื่องจักรเลี้ยงไว้ ส่วนสมองของมนุษย์ก็กลายเป็นหน่วยประมวลผลของเครื่องจักร】
【คุณคือสาวกของเทพีแห่งการต่อสู้ และได้รับภารกิจช่วยมนุษยชาติให้พ้นภัย ปราบเทพชั่วร้าย】
เสี่ยวจาง: ???
ใครนะ?
ให้เธอไปสู้กับเทพชั่วร้ายเหรอ?
เธอเป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดาที่เพิ่งเรียนจบ เงินเดือนเดือนละ 4,000 หยวน ตอนนี้กลับต้องไปช่วยมนุษยชาติให้พ้นภัย แถมยังต้องปราบเทพชั่วร้ายอีก?
เดี๋ยวนะ คิดว่าเธอไม่เคยอ่านนิยายแนวเอาชีวิตรอดเป็นด่านหรือไง?
ภารกิจช่วงแรกของนิยายแนวนี้ต้องไม่ยากมากอยู่แล้ว อย่างมากก็แค่สู้กับศพคืนชีพในชนบท ผีน้ำมืดมน หรือมนุษย์ปลอมที่แฝงตัวอยู่รอบข้าง ส่วนเทพชั่วร้ายเป็นภารกิจสุดท้าย ช่วงแรก ๆ ต้องสู้กับลูกสมุนของเทพชั่วร้ายก่อนสิ
เสี่ยวจางมึนงงอยู่บ้าง แต่ก็อาศัยทักษะหลบสายตาหัวหน้าที่ฝึกมาจนช่ำชอง หาที่เปลี่ยว ๆ ซ่อนตัวไว้ก่อน
เธอต้องตั้งสติให้ดี
ลองดูมือถืออีกครั้ง
เกมนี้ทำออกมาลวกมาก มีตัวเลือกอยู่แค่ไม่กี่อย่าง
ภารกิจ ค่าสถานะ พรสวรรค์ ไอเทม
นอกจากภารกิจที่สว่างอยู่แล้ว อย่างอื่นกดเข้าไปไม่ได้
【ภารกิจ: ช่วยมนุษยชาติให้พ้นภัย ปราบเทพชั่วร้าย】
ไม่ได้ตาฝาดจริง ๆ ให้เธอไปสู้กับเทพชั่วร้าย
เสี่ยวจางแทบคลั่ง ไม่ใช่สิ เทพีแห่งการต่อสู้ นี่เธอเป็นอะไรไปเนี่ย มีปัญหาหรือไง ดูสภาพฉันก่อน แค่วิ่ง 800 เมตรยังหอบจนปอดแทบระเบิด จะให้ไปสู้กับเทพชั่วร้ายเนี่ยนะ?
พอได้แล้ว ฉันจะกลับบ้าน อาหารเดลิเวอรีมาถึงแล้ว ถ้าไม่รีบกลับไปกินเดี๋ยวก็เย็นชืดไม่อร่อยหรอก
ทันทีที่ความคิดนั้นแล่นผ่าน ภาพตรงหน้าก็พร่าเลือน แล้วเธอก็กลับมาจริง ๆ
เสี่ยวจางยิ่งงงหนัก ไม่ใช่ว่าในนิยายแนวเอาชีวิตรอดเป็นด่านเขียนกันแบบนี้หรอกเหรอ? ปกติต้องผ่านดันเจี้ยนถึงจะกลับได้ไม่ใช่เหรอ ถ้าตายในดันเจี้ยน โลกจริงก็ตายตามด้วย บางเรื่องต้องผ่านดันเจี้ยนตั้งหลายด่านถึงจะกลับได้ ส่วนบางเรื่องถึงขั้นต้องฆ่าเทพให้ได้ถึงจะกลับมา
เธอยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่บอกว่าจะกลับก็กลับมาได้แล้วเหรอ?
เดี๋ยวนะ เทพีแห่งการต่อสู้... ฉันไม่รู้เลยว่าเธอเป็นเทพนิสัยแบบนี้
ถ้าตอนเพิ่งเข้าไปใหม่ ๆ เสี่ยวจางแค่อยากกลับมากินอาหารเดลิเวอรี ตอนนี้เธอก็ได้แต่เสียใจ รู้สึกเหมือนพลาดเงินมหาศาลไป
เธอยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองฉาดหนึ่ง
ให้โอกาสแล้วแท้ ๆ แต่ดันคว้าไว้ไม่เป็น!
เสี่ยวจางที่กำลังหงุดหงิดท่องในใจว่า “เทพีแห่งการต่อสู้ เมื่อกี้ฉันเสียงดังไปหน่อย ฉันเป็นสาวกที่ศรัทธาในตัวเธอที่สุด ฉันสาบานว่าจะปราบเทพชั่วร้ายทุกตน ขยายอาณาเขต และช่วยมนุษยชาติให้พ้นภัย ส่งฉันกลับไปอีกครั้งเถอะ คราวนี้ฉันจะสู้จนถึงที่สุดแน่นอน”
【ดันเจี้ยนอยู่ในช่วงคูลดาวน์ อีก 4 วัน 23 ชั่วโมง 57 นาทีจึงจะเข้าได้อีกครั้ง】
เสี่ยวจาง: !!!
นี่ไม่ใช่นิยายเอาชีวิตรอดเป็นด่าน แต่เป็นเกมที่ลงมาสู่โลกจริง!
เมื่อแน่ใจว่ายังมีโอกาสเปลี่ยนชะตาชีวิต เสี่ยวจางก็รีบสาวเท้ากลับไปยังห้องเช่าของตัวเอง อาหารเดลิเวอรีถูกวางไว้หน้าประตูจริง ๆ
ล็อกประตูเรียบร้อยแล้ว เสี่ยวจางก็ก้มดูไอคอนเกมบนมือถือให้ดีอีกครั้ง มันเป็นรูปโลกใบหนึ่ง
เธอกินข้าวไปพลางนึกถึงนิยายทำนองเดียวกันที่เคยอ่าน การปราบมอนสเตอร์เพื่อเพิ่มเลเวล การเลือกอาชีพเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่รู้ว่าเธอจะโชคดีพอได้อาชีพพิเศษหรือเปล่า
เฮ้อ โอกาสแรกที่เทพีแห่งการต่อสู้มอบให้ เธอทำผลงานได้ไม่ดี บางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่แยกยอดฝีมือออกจากคนธรรมดาก็ได้ ไม่แน่ว่าอาจมีพวกยอดฝีมือผ่านด่านสำเร็จ
...
ขณะเดียวกัน ยังมีคนอีกมากที่เหมือนเสี่ยวจาง พอเข้าไปในดันเจี้ยนโดยไม่คาดคิดก็แตกตื่นอยากกลับบ้าน แล้วก็กลับไปได้จริง ๆ... แน่นอนว่าบางคนอยากเข้าไปต่อ ส่วนบางคนเลือกยอมแพ้ หลังจากยอมแพ้ ไอคอนเกมบนมือถือก็หายไปอย่างถาวร ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นแค่ตอนน้ำตาลในเลือดต่ำจนวูบไปชั่วขณะเท่านั้น
บางคนถูก ‘ตัวประหลาด’ ในดันเจี้ยนฆ่าตาย โดยไม่เคยนึกถึงเรื่องการกลับบ้านเลยสักครั้ง สุดท้ายก็เลยตายจริง ๆ
ปี้เฉิงเฉินให้ความสนใจกับการ์ดไม่กี่ใบที่เหลืออยู่มากขึ้น
...
เฮ่าโหย่วเข้ามาในดันเจี้ยนนี้เกือบสามวันแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอคอยหลบเลี่ยงการค้นหาของพวกเครื่องจักร พร้อมกับหาทางเอาแผนที่มาฉบับหนึ่ง
ไม่รู้ว่าปัญญาประดิษฐ์ในโลกนี้พัฒนากันมายังไง ปกติแล้วตามถนนน่าจะมีกล้องเต็มไปหมด มีระบบเฝ้าระวังทุกที่ ทุกสิ่งน่าจะถูกจับตาได้หมด
แต่ที่นี่กลับทรุดโทรมเหมือนถูกมนุษย์ต่างดาวซ้อมจนยับเยิน เทคโนโลยีถดถอย ผู้คนได้แต่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดไปวัน ๆ แล้วก็ปล่อยทุกอย่างตามยถากรรม
ปัญญาประดิษฐ์ก็ไม่ได้ฉลาดอะไรนัก ยังสู้โต้วเปาที่เธอฝึกไว้ในมือถือไม่ได้เลย
