ตอนนั้นเธอบุกเข้าไปในบ้านของหุ่นยนต์ให้อาหารตัวหนึ่ง เจ้าหุ่นตัวนี้สูงกว่าหนึ่งเมตรนิดหน่อย รูปร่างเหมือนหม้อหุงข้าว งานประจำวันของมันคือไปหุงข้าวให้มนุษย์ในฟาร์มเลี้ยงมนุษย์ ส่วนตอนกลางคืนต้องรอจนสองทุ่มกว่า ๆ ถึงจะเลิกงาน
เธอเจอแผนที่ทั้งเมืองที่นี่
ตึกสูงใจกลางเมืองเป็นศูนย์ควบคุมอัจฉริยะที่ดูแลทั้งเมือง หรือก็คือบอสที่เธอต้องไปจัดการ
ตอนนี้เธออยู่ริมสุดของเมือง ถัดออกไปเป็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่ล้อมรั้วเรียงราย ส่วนด้านนอกฟาร์มเป็นผืนไร่นา ใช้ปลูกอาหารสัตว์
【ได้รับไอเทมสำคัญ: แผนที่เมืองจักรกล】
แผนที่โลหะผืนนั้นแปรเป็นลำแสง พุ่งเข้าไปในโทรศัพท์ของเธอเอง
เมื่อกดเข้าไปดูในช่องไอเทม นอกจากแผนที่แล้ว ยังมีของจุกจิกอีกหลายอย่าง ทั้งหมดเป็นของที่เธอคุ้ยตามกล่องและตู้ต่าง ๆ มาได้ในช่วงสองวันนี้
เป็นผู้เล่นเกมทั้งที ไม่ว่าจะเข้าเกมไหน ใครจะอดใจไม่เปิดกล่องได้ล่ะ ต่อให้เป็นกล่องในบ้านหุ่นยนต์ก็เถอะ ยิ่งไปกว่านั้น งานของเธอยังเป็นช่างซ่อมเครื่องจักร ที่นี่แทบจะเป็นสวรรค์ มีเครื่องจักรพัง ๆ อยู่ทุกที่ ถ้าไม่ติดว่าอาหารยังไม่ตกถึงท้อง เธอคงอยากซ่อมพวกมันให้หมด!
ถึงจะหิวจนท้องกิ่วก็ยังห้ามมือตัวเองไม่อยู่ เก็บของมาได้เป็นกอง ส่วนใหญ่เป็นของทำนอง 【แขนของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น】 กับ 【วัสดุสำหรับติดตั้งระบบอัจฉริยะที่ชำรุด】 ของที่พิเศษที่สุดมีอยู่สองชิ้น
【นาฬิกาจับเวลาที่แตกหัก】
‘หลังผ่านมหาภัยพิบัติครั้งนั้น สติปัญญาเดิมของมันก็แตกสลายเสียหายหนักจากการใช้งานครั้งแล้วครั้งเล่า เหลืออยู่เพียงนิดเดียว พอจะทำให้เวลาหยุดชะงักชั่วครู่ เปิดโอกาสให้คุณได้พักหายใจ จงจำไว้ว่าได้แค่หายใจเฮือกเดียวเท่านั้น’
【แกนกลางอัจฉริยะ เอสามศูนย์หนึ่งที่แตกหัก】
‘แกนกลางอัจฉริยะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของชีวิตจักรกล น่าเสียดายที่มันเสียหายจนใช้การไม่ได้ในสงครามครั้งนั้น ครั้งหนึ่งเทพเจ้าเคยปลุกมันขึ้นมา ภายหลังเทพเจ้าก็สังหารมัน ทุกสิ่งที่มันมีล้วนได้รับมาจากเทพเจ้า บัดนี้ทุกสิ่งก็หวนคืนสู่เทพเจ้าแล้ว’
ใต้คำอธิบายนี้ยังมีหมายเหตุบรรทัดเล็ก ๆ อีกบรรทัด: ‘หากได้รับพลังที่เทพเจ้าประทานให้ บางทีมันอาจกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นหุ่นยนต์ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุด คุณก็รู้นี่ มันไม่เหมือนพวกปัญญาประดิษฐ์ใช้ในบ้านที่โง่เง่า’
สามวันที่เฮ่าโหย่วอยู่ที่นี่ เธอไม่เคยเห็นหุ่นยนต์ต่อสู้เลย หรือจะพูดให้ถูกคือไม่เคยเห็นหุ่นยนต์ต่อสู้ที่ยังมีชีวิต มีแต่พวก ‘ปัญญาประดิษฐ์ใช้ในบ้านที่โง่เง่า’ ตามที่เรียกกัน
ใกล้สามทุ่มแล้ว เฮ่าโหย่วจึงคิดจะออกไป เธอจำได้ว่าหุ่นยนต์ตัวข้าง ๆ ทำงานกะกลางคืนพอดี เลยกะจะไปค้างบ้านมันสักคืน พรุ่งนี้ค่อยตามหุ่นยนต์หุงข้าวตัวนี้ไปที่ทำงาน น่าจะหาอะไรกินได้
ขณะที่กำลังคิดอยู่ ประตูบ้านก็เปิดออกกะทันหัน หุ่นยนต์หุงข้าวเดินเข้ามาอย่างไร้เสียง พอเปิดไฟ มันก็เห็นเฮ่าโหย่วในห้องจนตกใจ ถอยลื่นไปหลายก้าวก่อนจะชนประตู
“มนุษย์เหรอ?”
หุ่นยนต์หุงข้าวงงงัน มันเปิดหม้อหุงข้าวของตัวเองอยู่หลายครั้ง เพื่อตรวจดูว่าไม่ได้แอบพามนุษย์ติดมาด้วย
“มนุษย์ ไม่ต้องกลัวนะ หลงทางเหรอ? เข้ามาในหม้อหุงข้าวของฉันสิ ฉันจะพาไปฟาร์มเลี้ยงสัตว์”
เฮ่าโหย่ว: ...เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่าพวกมันไม่ค่อยฉลาด
เฮ่าโหย่วเดินเข้าไปตรง ๆ จากนั้นก็หยิบท่อโลหะออกมาจากคลังเก็บของ ฟาดใส่หัวหุ่นยนต์หุงข้าว
พูดแบบนั้นคงไม่ค่อยถูก อันที่จริงควรบอกว่าเธอฟาดแกนกลางอัจฉริยะที่อยู่บนสุดของหุ่นยนต์หุงข้าว
ฟาดไปไม่กี่ที แกนกลางอัจฉริยะก็เสียหาย หุ่นยนต์หุงข้าวส่งเสียงเตือนซ้ำ ๆ
“แจ้งเตือนแล้ว! หุ่นยนต์ต่อสู้กำลังมาถึงสนามรบ”
“มนุษย์ วางอาวุธลง!”
“หุ่นยนต์ต่อสู้กำลังมาถึงสนามรบ มนุษย์ คุณคิดจะทำสงครามกับหุ่นยนต์หรือ?”
...
“มนุษย์ อย่าทำร้ายผู้ดูแลที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่”
“มนุษย์ สิ่งที่คุณทำไม่มีความหมายเลย ชีวิตจักรกลเป็นอมตะไม่มีวันดับสูญ นี่คือพรที่เทพเจ้าประทานแก่พวกเรา ซึ่งมนุษย์ไม่มีวันได้รับ!”
ท่ามกลางเสียงเตือนของหุ่นยนต์ เฮ่าโหย่วค่อย ๆ งัดแผ่นเหล็กของมันออก แล้วถอดแกนกลางอัจฉริยะออกมา
ในวินาทีสุดท้ายก่อนเครื่องดับ “แกจะต้องเสียใจ เพื่อนที่ดีที่สุดของฉันคือหุ่นยนต์ต่อสู้รุ่นเอสามศูนย์หนึ่ง รอไว้เถอะ มันจะฉีกแกเป็นชิ้น ๆ!”
เฮ่าโหย่วเก็บมันเข้าไปในคลังระบบด้วย แล้วขยับช่องนิดหน่อยให้มันอยู่ติดกับแกนกลางอัจฉริยะเอสามศูนย์หนึ่งที่ชำรุด เธอนี่เป็นคนดีจริง ๆ
เฮ่าโหย่วถอดชิ้นส่วนหุ่นยนต์หุงข้าวไปแล้ว แต่ก็ไม่เป็นไร เธอพักอยู่ที่นี่หลายชั่วโมง พอฟ้ายังไม่สางก็ออกเดินทางไปยังเขตฟาร์มเลี้ยงสัตว์
ทว่าเขตฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่ว่ากลับทำเอาเฮ่าโหย่วขนลุกซู่ไปทั้งตัว ที่นี่มีหุ่นยนต์หลายตัวกำลังทำงาน บ้างเติมอาหารลงใน ‘รางอาหาร’ บ้างขนส่งเสบียง บ้างเก็บกวาดสิ่งสกปรก ทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ยกเว้น...ที่นี่ไม่มีมนุษย์
หรือจะพูดให้ถูกคือ ไม่มีสิ่งมีชีวิตที่ถูกเลี้ยงไว้เลย
มีแต่เครื่องจักร อาหารเมล็ดพืชถูกเทลงใน ‘รางอาหาร’ แล้วค่อย ๆ เน่าเสีย พอเน่าแล้วก็ถูกเก็บกวาดออกไป...
หุ่นยนต์ทุกตัวถูกตั้งโปรแกรมไว้ตายตัว จึงทำงานกันไม่หยุด
เฮ่าโหย่วลูบแขนตัวเอง สัญชาตญาณบอกว่าเธออยู่ที่นี่ต่อไม่ได้ ถ้าถูกหุ่นยนต์พวกนี้เจอตัวเข้า เธอจบเห่แน่
เธอแอบขโมยข้าวผัดถุงใหญ่ แล้วรีบออกไปโดยไม่สนใจอย่างอื่น
พอวิ่งมาไกลพอ เธอก็หยุดพัก หอบไปกินข้าวไป ข้าวรสชาติแย่มาก ทั้งเค็มทั้งมัน แถมแทบจะเหมือนข้าวคลุกน้ำมันกับเกลือ
เธอฝืนกินไปสองสามคำ แล้วดื่มน้ำตามอีกหน่อยให้พออิ่มท้อง
สายตาเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ เธอก็ชะงักไป
บนหน้าจอมีตัวเลขนับถอยหลังปรากฏขึ้น
【เวลาสิ้นสุดดันเจี้ยน: 1 วัน 20 ชั่วโมง】
เฮ่าโหย่วร้อนใจขึ้นมาแล้ว งานของเธอสบาย ๆ เวลาว่างก็มักอ่านนิยายกับดูซีรีส์ จากที่อนุมานตามนิยาย ถ้าทำภารกิจไม่สำเร็จก่อนดันเจี้ยนจบ ผลลัพธ์สุดท้ายคงไม่สู้ดีนัก อีกฝ่ายได้ชื่อว่าเทพีแห่งการต่อสู้ ดูยังไงก็ไม่น่าใช่คนใจดีที่จะปล่อยเธอไปง่าย ๆ
ถ้าจะเดินจากที่นี่ไปยังจุดที่บอสอยู่ใจกลางเมือง ยังไงก็ไปไม่ทันแน่
ไม่มีทางเลือก เฮ่าโหย่วจึงกลับไปที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์อีกครั้ง คราวนี้เธอขโมยรถมาคันหนึ่ง หรือควรพูดว่าแย่งร่างของปัญญาประดิษฐ์ประเภทขนส่งมา แล้วเอาแกนกลางอัจฉริยะของอีกฝ่ายยัดใส่ช่องเก็บไอเทม
เธอสตาร์ตรถด้วยมือ แล้วขับมุ่งสู่ใจกลางเมืองด้วยความเร็วสูงสุดตลอดทาง
โชคดีที่เธอเป็นช่างซ่อม เครื่องจักรที่นี่ก็ยังเป็นไปตามหลักคณิตศาสตร์และฟิสิกส์พื้นฐาน แถมเทคโนโลยีก็ไม่ได้ล้ำหน้าโลก
ระหว่างขับรถ เธอยังมีอารมณ์ครุ่นคิดไปด้วยว่าโลกนี้พัฒนามาอย่างไรกันแน่ ตามหลักแล้วในเมื่อมีปัญญาประดิษฐ์แล้ว เทคโนโลยีด้านอื่นก็น่าจะไม่แย่นัก แต่ดูไปดูมากลับไม่เห็นมีแม้แต่ระเบิดนิวเคลียร์
บางทีอาจเป็นอย่างที่คำแนะนำเกมบอกไว้ก็ได้ ว่าถูกเทพชั่วร้ายปนเปื้อนจนปัญญาประดิษฐ์เกิดจิตสำนึกขึ้นมา
เธอขับรถต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน หิวก็ยัดข้าวคลุกน้ำมันเข้าไปสองสามคำ กระหายก็จิบน้ำ ในที่สุดเฮ่าโหย่วก็มาถึงใจกลางเมืองตอนเหลือเวลาในนาฬิกานับถอยหลัง 10 ชั่วโมง
ที่นั่นเป็นตึกเหล็กเก่าคร่ำครึ สูงสิบชั้นเหนือพื้นดินและใต้ดินอีกห้าชั้น มีลิฟต์แต่เสียไปแล้ว
ที่แปลกคือ หลังมาถึงที่นี่ หุ่นยนต์เหล่านั้นกลับทำราวกับมองไม่เห็นเธอ ปล่อยให้เธอเดินเข้าไปอย่างไม่เกรงใจ
ทันทีที่เธอเดินผ่าน หุ่นยนต์ที่แกล้งทำเป็นยุ่งกับงานอยู่ด้านหลังก็เริ่มกระซิบกัน
“นั่นมนุษย์นี่นา!”
“น่ารักจังเลย แค่ขนร่วงไปหน่อย...ขนมีไม่ค่อยเยอะ...”
“เอ๊ะ ฉันรู้จักครีมบำรุงขนยี่ห้อหนึ่ง ใช้ดีสุด ๆ ลูกมนุษย์ที่บ้านฉันก็ใช้ ขนที่ขึ้นมาเรียบลื่นเป็นมันเงาเลย...”
“แนะนำให้ฉันหน่อย! ช่วงนี้ลูกมนุษย์ที่บ้านฉันก็ขนร่วงเหมือนกัน”
“ได้ยินมาว่าขนร่วงถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ ต้องเลือกสายตรงสามรุ่นที่ไม่มีใครขนร่วง ไม่งั้นใช้ครีมบำรุงขนยี่ห้อไหนกับรุ่นลูกก็ไม่ได้ผลหรอก”
เฮ่าโหย่ว: พวกคุณเกินไปแล้ว! ผมฉันจะเยอะหรือน้อยมันเกี่ยวอะไรกับพวกปัญญาประดิษฐ์โง่ ๆ อย่างพวกคุณด้วย? อีกอย่าง ผมที่ร่วงก็ยังอยู่ในปริมาณปกตินะ! หมอบอกแล้วว่าแต่ละวันร่วงไม่เกิน 60 เส้นถือว่าร่วงตามธรรมชาติ!
เธออดกลั้นไว้ ไม่ได้เข้าไปเถียงกับหุ่นยนต์พวกนั้น
