อินซิวปรายตามองจางซือที่อยู่หน้าสุดของกลุ่มผู้เล่นอย่างเกียจคร้าน “ทำไม?”
คำถามของเขาทำเอาจางซืออึกอักไปทันที
“ทำไมอะไรกัน! เด็กหญิงเป็นตัวละครสำคัญต่อการผ่านดันเจี้ยน จะปล่อยให้นายพาเธอไปคนเดียวตลอดไม่ได้ แล้วพวกเราผู้เล่นคนอื่นจะทำยังไง! ยังอยากผ่านดันเจี้ยนกันอยู่ไหม!”
อินซิวหรี่ตาลงเล็กน้อย เชิดคางขึ้นนิด ๆ “ถ้าพาไปได้ก็ลองพาไปเองสิ?”
จางซือชะงัก ก่อนจะเหลือบมองเด็กหญิงที่กำลังตั้งอกตั้งใจเล่นเปียผมของตัวเองอย่างระมัดระวัง แล้วลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหา “น้องสาวตัวน้อย อยากไปกับพวกเราไหม? พวกเราจะพาไปหาแม่”
พอเขาเอ่ยปาก เด็กหญิงก็หันขวับไปจ้องจางซือ ใบหน้าเล็ก ๆ บึ้งตึง ก่อนจะแยกเขี้ยวขู่ “ไสหัวไป!”
จางซือสะดุ้งถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ตลอดสามวันที่ผ่านมาเด็กหญิงสร้างบาดแผลทางใจให้ผู้เล่นคนอื่นไว้ไม่น้อย จนตอนนี้พวกเขายังอดหวาดกลัวน้องสาวคนนี้ไม่ได้
ตรงกันข้ามกับอินซิว เขายื่นมือไปลูบศีรษะเด็กหญิงแล้วพูดเสียงเบา “ห้ามเสียมารยาทนะ”
“อ้อ” เด็กหญิงพยักหน้าอย่างว่าง่าย “แต่ถ้ามีคุณลุงนิสัยไม่ดีจะลักพาตัวหนูไปล่ะ?”
อินซิวยังคงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ถ้ามีคนไม่ดีพยายามลักพาตัว ก็จำไว้ว่าต้องต่อต้าน กัดหัวอีกฝ่ายให้หลุดก็พอ”
“ได้เลย!” เด็กหญิงยิ้มแฉ่งในทันที
ผู้เล่นคนอื่น ๆ เหงื่อเย็นแตกพลั่ก อินซิวสอนอะไรเธออยู่กันแน่! คิดจะฆ่าพวกเขาหรือไง!
อินซิวเหลือบมองจางซือ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปโรงอาหารอย่างไม่ใส่ใจ
เมื่อเห็นว่าบังคับพาเด็กหญิงไปไม่ได้ จางซือจึงเปลี่ยนกลยุทธ์แล้วพูดกับอินซิว “นายพาเธอไปได้ก็จริง แต่ภารกิจก็ต้องทำด้วยกันสิ เธอเป็นเงื่อนไขเดียวที่จะทำให้ผ่านดันเจี้ยน ถ้าไม่ยอมให้พวกเราเข้าใกล้เธอเลย ความคืบหน้าภารกิจของพวกเราก็ไม่พอ สุดท้ายทุกคนจะผ่านดันเจี้ยนไม่ได้ นายอยากให้พวกเราทุกคนตายอยู่ที่นี่หรือไง?”
