ภายในห้องนั่งเล่นของบ้าน มีเลือดสาดกระเซ็นเป็นบริเวณกว้างบนผนังและพื้น ข้าวของในบ้านกระจัดกระจายเกลื่อน แจกันแตกกระจาย พรมม้วนงอ โซฟาล้มคว่ำ แม้แต่บนผนังและพื้นก็ยังมีร่องรอยเหมือนผู้คนมากมายดิ้นรนข่วนขีด
บนพื้นยังมีขวานเปื้อนเลือดกับเชือกวางอยู่ เห็นได้ชัดว่าคนในบ้านประสบเรื่องเลวร้ายมา
“คุณยาย...” เด็กหญิงยืนนิ่งงัน มองภาพเหตุการณ์ภายในบ้าน ร่างทั้งร่างแข็งค้างไป
อินซิวก้าวเข้าไปลูบศีรษะเด็กหญิง ก่อนผลักประตูบ้านเข้าไป เมื่อเห็นสภาพบ้านที่ถูกรื้อค้นจนพังยับ เขาก็เข้าใจความหมายของกฎข้อสองในช่วงแรกแล้ว
ทำความสะอาดบ้านคุณยาย แล้วหาบันทึกของคุณยายให้พบ
นั่นหมายความว่า ตอนที่กระดาษกฎปรากฏขึ้น บ้านคุณยายก็ถูกเล่นงานไปแล้ว ดูจากระดับการจับตัวของคราบเลือด เหตุการณ์คงเกิดขึ้นอย่างน้อยสามวันก่อน
“ยืนเหม่อทำไม? เข้ามาช่วยเก็บของสิ” อินซิวหันไปมองผู้เล่นที่ยืนตัวแข็งอยู่หน้าประตูเพราะตกใจ แล้วเร่งเร้า
จางซือไม่พอใจที่อินซิวออกคำสั่ง แต่ก็หันไปมองผู้เล่นคนอื่นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แล้วพาทุกคนเข้าไปในบ้าน ให้เริ่มเก็บกวาดและค้นหาบันทึกของคุณยายตามกฎ
ส่วนอินซิวนั่งปลอบเด็กหญิงที่ขอบตาแดงก่ำอยู่ข้าง ๆ พลางครุ่นคิด
ดูจากสภาพบ้านคุณยายแล้ว แม่ของเด็กหญิงก็คงไม่มีข่าวดีเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น ตามกฎของเมืองสุสาน ครอบครัวที่ฝ่าฝืนกฎอย่างพวกเธอ ย่อมมีโอกาสสูงมากที่คนในเมืองจะเป็นผู้ลงมือ
อินซิวจ้องเชือกกับขวาน นึกถึงร่องรอยการดิ้นรนในบ้านและเลือดที่กระเซ็น ก่อนค่อย ๆ หลับตาลง
เป็นเครื่องสังเวยสินะ คงถูกชาวเมืองจับไปทำเป็นเครื่องสังเวย
เมืองเล็กแห่งนี้คงเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่งแล้ว เพื่อคงสภาพที่ไม่ถูกผู้หญิงฆ่าตายเอาไว้ พวกเขาจึงตั้งกฎแปลกประหลาดและเข้มงวดขึ้นมา แต่ความจริงแล้วก็เป็นเพียงการรอวันตายอย่างช้า ๆ
