สัตว์ประหลาดพึมพำถ้อยคำที่ฟังดูมีศิลปะอยู่ในปาก ดูท่าการเรียนรู้ก็เริ่มต้นจากการเป็นหนุ่มสายวรรณศิลป์จริง ๆ
อินซิวพลิกตัวหันหลังให้สัตว์ประหลาดที่กำลังดิ้นขยุกขยิก แล้วกล่าวเสียงเรียบว่า “ผมยังไม่อยากฝังศพรวมกับคุณ ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง”
คำตอบของอินซิวขอไปที แต่สัตว์ประหลาดกลับเซ้าซี้ไม่เลิก “ถ้าอย่างนั้นต่อไปจะฝังศพรวมกับฉันไหม?”
อินซิวหลับตาปี๋ “รอผมตายก่อน คุณค่อยลากผมไปฝังรวมกันเองแล้วกัน”
สัตว์ประหลาดพยักหน้าอย่างเข้าใจ พลันได้เรียนรู้แนวทางใหม่ ใช่แล้ว เมื่อมนุษย์ตายก็ขยับไม่ได้ ถึงตอนนั้นมันก็ขุดหลุมเองได้ ใส่โลงศพลงไป ประดับดอกไม้เล็ก ๆ แล้วฝังศพรวมกัน คนตายไม่มีทางลุกขึ้นมาปฏิเสธมันหรอก
สัตว์ประหลาดควักหนังสือออกมาจากปาก แล้วพลิกอ่านต่ออย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางเสียงพลิกหน้ากระดาษ อินซิวค่อย ๆ หลับใหลไป
เมื่อตื่นขึ้นมา เขาก็เข้าไปในดันเจี้ยนเหมือนทุกครั้ง จากนั้นออกตามหาน้องสาว ราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและไม่ห่วงชีวิต บุกเข้าไปในสถานที่อันตรายที่ความตายอยู่เคียงข้างไม่หยุดหย่อน ความถี่ในการลงดันเจี้ยนของเขาสูงกว่าผู้เล่นทั่วไปมาก จนเหล่าสัตว์ประหลาดเบื้องหลังดันเจี้ยนเริ่มจับตามอง
ในเวลาเพียงไม่นาน พวกอสูรกายต่างตกตะลึง ถึงขั้นเริ่มร่ำไห้ “ผู้เล่นคนนั้นมาจากไหนกันเนี่ย! ฉันไม่เคยเจอผู้เล่นแบบนี้มาก่อนเลย เกินไปแล้วนะ เขาไม่ห่วงชีวิตก็ช่าง แต่ฉันยังห่วงนี่!”
“ผู้เล่นคนนั้นยังเป็นคนเป็นอยู่จริง ๆ เหรอ? หรือเผลอลากสิ่งมีชีวิตประหลาดบางอย่างเข้ามา อย่างศพเดินได้อะไรทำนองนั้น!”
“ให้เจ้าแม่ราตรีหาทางฆ่าเขาในเมืองเล็กทีเถอะ! ฉันไม่อยากได้ยินเสียงตอนเขาเข้าดันเจี้ยนอีกแล้ว! เดือนนี้อสูรกายล้มตายไปไม่รู้เท่าไร เขาใกล้จะบุกมาถึงดันเจี้ยนระดับสูงแล้ว! มีผู้เล่นที่ผ่านดันเจี้ยนเร็วขนาดนี้ด้วยเหรอ?!”
