“อรุณสวัสดิ์”
ชายผู้ยืนอยู่หน้าประตูคือคนคนนั้นที่แผ่กลิ่นอายประหลาดลึกลับไปทั่วร่าง เขายังคงสวมสูทสีดำที่เปียกชื้นอยู่เช่นเดิม ยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมรอยยิ้ม และทักทายอินซิวอย่างแนบเนียน
อินซิวก็ไม่ได้แปลกใจ หากคำนวณตามกฎของเมืองเล็ก สหายร่วมห้องของเขาก็คือคนผู้นี้แน่นอน การที่เขาเข้ามาในดันเจี้ยนมือใหม่ เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะ “คนใหม่” คนนี้อยู่ที่นี่
อินซิวดูสงบนิ่ง ทว่าสาวน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ เขากลับไม่อาจสงบลงได้ในชั่วพริบตา หลังจากที่เธอพบชายคนนั้น เธอก็กอดตุ๊กตาผ้าในมือแน่น แล้วหดตัวหลบไปอยู่ด้านหลังอินซิว พลางเอ่ยเสียงตึงต่ำด้วยความประหม่า “พี่คะ คนนั้นก็เป็นคนที่แม่เรียกมาดูแลหนูด้วยเหรอ”
อินซิวพยักหน้า “ใช่แล้ว”
สาวน้อยขมวดคิ้วอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ลังเลอยู่ครูหนึ่งแล้วจึงโผล่ศีรษะออกมาจากด้านหลังอินซิว “ก็ได้…”
เธอระแวดระวังชายคนนั้น ส่วนชายคนนั้นก็ยิ้มมองเธอเช่นกัน
ทั้งสองเงียบงันไปครู่หนึ่ง สาวน้อยก็เบือนสายตาออกไปก่อน พลางดึงชายเสื้อของอินซิวอย่างเก้อเขิน แล้วเปลี่ยนเรื่องอย่างตะกุกตะกัก “พี่อ่านจบหรือยัง ตอนนี้ให้หนูดูจดหมายของแม่ได้หรือยัง”
“ยังอ่านไม่จบเลย” อินซิวลูบศีรษะของเธอ เกรงว่าสาวน้อยที่นั่งอยู่ใกล้ๆ จะเผลอชะโงกมาเห็นโดยไม่ตั้งใจ จึงลุกขึ้นเดินไปมาในห้อง
“อ่านอะไรอยู่เหรอ” ชายหนุ่มถามพลางยิ้มร่า
อินซิวจึงยื่นกฎดันเจี้ยนในมือให้เขา พลางถามเชิงหยั่งเชิงว่า “คุณก็มองไม่เห็นกฎนี้เหมือนกันใช่ไหม”
ชายหนุ่มยิ้มแล้วทอดสายตาลงมองกระดาษที่อินซิวยื่นให้ พลางส่ายหน้า “มองไม่เห็น”
“อืม” อินซิวมั่นใจแล้ว เขาไม่ใช่ทั้งอสูรกายในเมืองเล็ก และก็ไม่ใช่ทั้งอสูรกายในดันเจี้ยน แต่อุตส่าห์ตามมาจนถึงที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
