ชั่วพริบตานั้น ทุกคนรอบข้างต่างสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
อินซิวไม่ได้ลืมตา เขามองไม่เห็นอะไรเลย แต่กลับสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าสายตาของหญิงสาวจับจ้องอยู่บนร่างเขา แววตาเย็นเยียบไร้เจตนาสังหาร ทว่าไร้ความปรานีอย่างยิ่ง “คืนพรุ่งนี้ เป็นเขา”
“ไม่ได้หรอก” เสียงนายกเทศมนตรีดังขึ้นอย่างรวดเร็วจากข้าง ๆ ฟังดูร้อนรนไม่น้อย “เขาไม่ใช่คนในเมือง คุณเลือกเขาไม่ได้”
หญิงสาวไม่ได้จากไป เพียงหัวเราะเสียงต่ำสองครั้ง “เมื่อวานไม่ได้ แต่วันนี้ได้”
เสียงนายกเทศมนตรีเย็นชาลงในทันที “ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ เขาเป็นคนที่ฉันหมายตาไว้”
“กฎบอกว่าฉันทำได้ ฉันก็ทำได้” หญิงสาวหัวเราะ น้ำเสียงเต็มไปด้วยการยั่วยุ “ฉันจะเลือกเขา แล้วคุณจะทำอะไรได้? ฝ่าฝืนกฎหรือไง?”
นายกเทศมนตรีเงียบงัน ไม่ตอบอะไร
หญิงสาวหัวเราะเยาะ ก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ค่อย ๆ เดินจากหน้าอินซิวไป เสียงของเธอค่อย ๆ เลือนหายระหว่างทาง
“ลืมตา!”
เสียงเตือนดังขึ้นรอบด้าน เสียงชาวเมืองทำลายความเงียบ อินซิวจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเช่นกัน
พอเงยหน้าขึ้น สิ่งที่เผชิญคือสายตาเย็นชาของชาวเมืองรอบตัว ทุกคนมองเขาราวกับกำลังมองคนตาย แววตาเย็นเยียบถึงขีดสุด
อินซิวเหลือบมองนายกเทศมนตรีที่อยู่ข้างกาย อีกฝ่ายก้มหน้าครุ่นคิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แววตาเลื่อนลอย
“ที่เธอบอกว่าจะเลือกผม หมายความว่ายังไง?”
พออินซิวเอ่ยถาม นายกเทศมนตรีก็สะดุ้ง ก่อนเบี่ยงประเด็น “ไม่มีอะไร ไม่ต้องใส่ใจหรอก...”
“หมายถึงเลือกผมเป็นเครื่องสังเวยหรือ?” พออินซิวพูดจบ สีหน้าของนายกเทศมนตรีก็ซับซ้อนขึ้น
เรื่องนี้แทบจะยืนยันสิ่งที่อินซิวคิดได้แล้ว จากปฏิกิริยาตึงเครียดของคนรอบข้าง เขาเดาไม่ยากว่าหญิงสาวหยุดอยู่ตรงหน้าใคร คนนั้นก็ต้องโชคร้าย
