อินซิวไม่กล้ายืนยันตรง ๆ เพียงแต่เก็บความเป็นไปได้นี้ไว้ในใจ
อย่างน้อยจากปฏิกิริยาของชาวเมือง พวกเขาเกลียดผู้หญิงที่ปรากฏตัวในตอนกลางวันคนนี้มากจริง ๆ ทั้งยังเต็มใจเตรียมพิธีบูชายัญเป็นอย่างดี
“ตอนมาถึง คุณเห็นศิลาจารึกตรงทางเข้าเมืองไหม?” เมื่อเห็นอินซิวนิ่งเงียบ นายกเทศมนตรีก็หยิบยกหัวข้ออื่นขึ้นมาพูดอีกครั้ง
“เห็นแล้ว” อินซิวพยักหน้า ข้อความที่บันทึกอยู่บนนั้นคือกฎของเมืองเล็กแห่งนี้ เขาไม่เพียงอ่าน แต่ยังจำขึ้นใจด้วย
“งั้นยังจำข้อแรกได้ไหม?” นายกเทศมนตรีถามยิ้ม ๆ อีกครั้ง
“ห้ามเด็กแตะแท่นบูชาที่ลานกลางเมืองตอนกลางคืน?”
“ถูกต้อง” นายกเทศมนตรีละสายตาจากอินซิว แล้วมองไปยังแท่นบูชาที่อยู่ไกลออกไป “ก่อนถูกผนึก ผู้หญิงคนนั้นชอบกินเด็ก ๆ ในเมืองมาก แต่หลังจากถูกผนึก นางก็ไม่มีพลังมากพอจะกินใครได้อีก พลังเดียวที่เหลืออยู่คือเปลี่ยนคนให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดผ่านแท่นบูชา ซึ่งใช้ได้ผลกับเด็กเท่านั้น เพราะเด็กไม่มีแรงต่อต้าน ดังนั้นเด็ก ๆ จึงห้ามแตะแท่นบูชาในตอนกลางคืนเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นจะติดคำสาปและกลายเป็นสัตว์ประหลาด”
อินซิวหลุบตามอง พลางครุ่นคิด
คำใบ้ฉากหลัง: เด็กหญิงผู้มีความสุขย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองสัตว์ประหลาดกับแม่ ที่ซึ่งคุณยายอาศัยอยู่
เด็กหญิงตามแม่มายังเมืองเล็ก นั่นหมายความว่าพวกเธอเป็นคนนอก ไม่ถือเป็นชาวเมือง และในตอนนั้นเมืองเล็กก็กลายเป็นเมืองสัตว์ประหลาดไปแล้ว มีเพียงชาวเมืองเท่านั้นที่จะกลายเป็นสัตว์ประหลาด ส่วนเด็กหญิงกับแม่ซึ่งเป็นคนนอกจะไม่เป็นอะไร
แต่ตอนนี้เด็กหญิงกลับกำลังจะกลายเป็นสัตว์ประหลาด...
“เธอแตะแท่นบูชาเหรอ...?” สิ่งเดียวที่อินซิวคิดออกมีเพียงเรื่องนี้ เพราะกฎข้อที่ห้าของเมืองเล็กอนุญาตให้คนนอกเข้าชมพิธีบูชายัญได้ แค่ห้ามฝ่าฝืนกฎ
