อินซิวหรี่ตาฟังเสียงจากด้านนอก ไม่คิดเลยว่าจะมีคนบุกเข้ามาชิงแผ่นกฎถึงในองค์กรที่ผู้เล่นรวมตัวกันเหนียวแน่นขนาดนี้
ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ต้องแย่ง เขาก็ได้ข้อมูลกฎฟรี ๆ อยู่แล้ว จะเสี่ยงทำเรื่องเกินจำเป็นไปทำไม?
อินซิวลุกขึ้นทันทีด้วยใจอยากดูเรื่องสนุก
“จะออกไปข้างนอกหรือ?” หลีม่อที่ยืนเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ เอ่ยถาม
“อืม” อินซิวพยักหน้า “แต่นายไม่ต้องกลับมาอยู่ในมือฉันหรอก ข้างนอกเสียงดังจะตาย คงไม่มีใครสนใจนายหรอก”
“ได้” หลีม่อตอบ แล้วเดินตามอินซิวออกไป
พอออกจากห้องพัก อินซิวก็เห็นว่าฝูงชนที่เคยครึกครื้นตรงปลายทางเดินกำลังอลหม่าน กลุ่มผู้เล่นยืนเบียดเสียดล้อมใครบางคนเอาไว้
เขาเดินเข้าไปใกล้อีกสองก้าว ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงแหลมสูงดังมาจากกลางฝูงชน เจือความริษยาอย่างลึกล้ำ “ทำไม! พวกคุณถึงมีแผ่นกฎมากมายขนาดนี้! ทำไมถึงอยู่ที่นี่กันอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องเผชิญอันตรายอะไรเลย!”
“ทำไม…มีแค่แฟนฉันผู้น่าสงสารที่ตายไป! ทำไมถึงเหลือฉันอยู่ตัวคนเดียว! ฉันอิจฉาจัง! ฉันริษยาพวกคุณ!”
เสียงของหญิงสาวเต็มไปด้วยความคับแค้น ทุกถ้อยคำกรีดร้องจนแทบเหมือนกำลังร่ำไห้ เสียงนั้นฟังคุ้นหูอยู่บ้าง อินซิวครุ่นคิดครู่หนึ่งก็จำได้
เธอคือหญิงสาวที่ผูกมัดกับประตูบาปในโถงใหญ่ แล้วคนรักถูกฆ่าตาย
แต่ตอนนั้นเสียงของเธอแม้จะเปลี่ยนจากหวานใสเป็นหวาดกลัว ก็ยังไม่ต่ำลึกและเต็มไปด้วยความอาฆาตเหมือนตอนนี้ ราวกับเป็นคนละคน
“ประตูบาปที่เธอผูกมัดด้วยเป็นคนฆ่าแฟนเธอ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเราล่ะ!” กลุ่มผู้เล่นโต้กลับอย่างขุ่นเคือง “อีกอย่าง แผ่นกฎพวกนี้พวกเราก็อุตส่าห์ช่วยกันหามา! ตอนนี้ยังมีคนที่ออกไปเก็บกฎแล้วไม่กลับมาเลยด้วยซ้ำ!”
