ภายในดันเจี้ยน ร่างของอินซิวยังคงหลับใหล ส่วนจิตสำนึกของเขากำลังยืนนิ่งเงียบอยู่หน้าสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าที่คุ้นเคย
ท้องฟ้ายามค่ำคืนมีสายฟ้าฟาดและเสียงฟ้าร้องกึกก้อง เมฆดำปกคลุมทั่วฟ้า เขายืนอยู่หน้าสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าอันมืดสลัว ราวกับย้อนกลับไปในค่ำคืนที่คล้ายฝันร้ายเมื่อหลายปีก่อน
“นี่ฉัน...อยู่ในภาพหลอนเหรอ?” อินซิวก้มมองตัวเอง คราวนี้เขาปรากฏตัวในภาพหลอนไม่ใช่ในร่างเล็กบอบบางที่หวนรำลึกถึงอดีตอีกแล้ว แต่เป็นตัวเขาในวัยยี่สิบกว่า ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวในดันเจี้ยนมานับไม่ถ้วน
ราวกับข้ามผ่านกระแสกาลเวลา อินซิวในวัยยี่สิบกว่ากลับมายืนอยู่ตรงหน้าปมในใจที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจก้าวข้ามได้
เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังมาจากในสถานสงเคราะห์ พวกเขากำลังรื่นเริงยินดีกับวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า บรรยากาศเปี่ยมสุขราวกับอินซิวกับน้องสาวไม่เคยปรากฏตัวในสถานสงเคราะห์แห่งนี้มาก่อน
ท่ามกลางเสียงเม็ดฝนซัดกระทบพื้นดังเปาะแปะ อินซิวค่อย ๆ ก้าวเข้าไปในสถานสงเคราะห์
เงาร่างสูงโปร่งสีดำสนิทของเขาเคลื่อนผ่านทางเดินอย่างไร้สุ้มเสียง ทอดเงาบนผนังเก่าคร่ำครึ ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องที่ครั้งหนึ่งเขาเคยอาศัย
ภายในเงียบสงัด ไม่มีเสียงใดจากตัวเขาในอดีต อินซิวจึงยื่นมือผลักประตูห้องอย่างเชื่องช้า
ลมหนาวพัดผ่านหน้าต่างกระจกเข้ามาในห้องเล็กทรุดโทรมที่หลังคารั่ว เสี่ยวเสี่ยวนอนอยู่บนเตียง แต่ข้างเตียงกลับไม่มีร่างของเขา
