อินซิวนิ่งเงียบไป แม้ไม่จำเป็นต้องตอบ แต่ลำคอกลับแห้งผากขึ้นมาเล็กน้อย
“ถ้าฉันตายไปจริง ๆ นายก็ไม่ต้องใส่ใจแล้ว ยังไงฉันก็ต้องตายสักวัน ขอแค่นายช่วยดูแลเมืองเล็กให้ดีก็พอ เพราะคนที่ได้เครื่องบันทึกเสียงนี่ไป ต้องเป็นอินซิวในอนาคตที่ยินดีรับเมืองเล็กไว้แน่”
“ส่วนฉันก็จะนอนอยู่ในโลงอย่างเป็นสุข นายอย่าลืมเอาของใส่ไว้ในโลงฉันเยอะ ๆ ล่ะ ฉันไม่ชอบอะไรที่เรียบง่ายเกินไป”
“เอาละ เสียงบันทึกของฉันก็จบตรงนี้แล้ว ยาวเกินไปเดี๋ยวจะดูเหมือนฉันพูดมาก เทพสังหารอินซิว อย่าลืมเข้ากับพวกผู้เล่นในเมืองเล็กให้ดีนะ แล้วก็สนุกกับสัตว์เลี้ยงตัวน้อยของนายด้วย ราตรีสวัสดิ์”
เสียงจากเครื่องบันทึกสิ้นสุดลงตรงนี้ อินซิวเก็บมันเข้าที่
มู่เหอยิ้มน้อย ๆ อยู่ฝั่งตรงข้าม เอ่ยเสียงเบาว่า “ดูเหมือนเขาจะฝากเมืองเล็กไว้กับนายแล้ว หวังว่านายจะช่วยดูแลทุกอย่างที่เขาสร้างขึ้นมานะ”
อินซิวลุกขึ้นอย่างสงบนิ่ง สีหน้าไร้อารมณ์ “ไม่อยากดูแล เมืองเล็กของเขา เขาก็กลับมาดูแลเองสิ ผมไม่มีเวลา”
มู่เหอชะงักไป ก่อนคลี่ยิ้มอย่างจนใจ “นายเหมือนที่เย่เทียนเสวียนบอกไว้จริง ๆ ปากแข็ง แต่ใจไม่ได้แข็งขนาดนั้น”
อินซิวเก็บดาบแล้วหันหลังโบกมือ “คุยกันจบแล้ว ผมไปก่อน ถ้าอยากคุย คราวหน้าเย่เทียนเสวียนจะมาหานายด้วยตัวเอง”
เขาเดินออกจากโถงใหญ่ ทิ้งซากอสูรกายเกลื่อนพื้นไว้เบื้องหลัง ส่วนมู่เหอยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น
“ความเชื่อใจระหว่างมนุษย์ด้วยกันนี่ลึกซึ้งจริง ๆ ทั้งที่เมื่อก่อนพวกเราก็เคยเชื่อใจกันแบบนี้แท้ ๆ” มู่เหอหันไปมองซากศพที่เกลื่อนพื้น ก่อนยิ้มกล่าวว่า “ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ทุกคนก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว ใช่ไหม?”
