เขายืนอยู่ในความมืด พลางยิ้มมองอินซิวอย่างไม่วางตา แสงสีเหลืองจาง ๆ โอบล้อมร่างไว้ ทั้งไม่สนใจเสียงท่องกฎของผู้เล่นคนอื่นและควันของเย่เทียนเสวียน เอาแต่จ้องอินซิวเขม็ง
“นายก็อยากลากฉันเข้าห้องเล็ก ๆ เหรอ?” อินซิวจ้องเขา มือกำด้ามดาบไว้แน่น หากอีกฝ่ายกล้าแตะต้องเขาอีกแม้แต่นิด เขาจะลงมือโจมตีจริง ๆ แล้ว
“ฉันไม่กล้าหรอก” หลัวเล่อเคอเอ่ยยิ้ม ๆ ก่อนเงยหน้ามองหลีม่อที่อยู่ข้างอินซิว “ถ้าฉันก่อกวนนายอีก เดี๋ยวประตูบาปของนายก็ฆ่าฉันเอาน่ะสิ”
เขายกมุมปากขึ้นอย่างแช่มช้า พลางยกมือซ้าย “ฉันเป็นคนรู้กาลเทศะนะ คนที่ไม่ทำให้ฉันรู้สึกอะไรด้วย จะฝืนไปก็ไม่มีความหมาย”
เมื่อมือของเขากวัดแกว่งผ่านอากาศอย่างเชื่องช้า ร่างสีเหลืองก็ปรากฏข้างกาย นั่นคือประตูบาปแห่งราคะ ทันทีที่ปรากฏ มันก็แนบชิดและโอบกอดหลัวเล่อเคอ ท่าทางสนิทสนมราวกับคนรัก และเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ
“ที่แท้นายก็คือผู้เล่นที่ผูกพันกับประตูบาปแห่งราคะนี่เอง” อินซิวค่อย ๆ ถอยหลังหนึ่งก้าว พลางระแวดระวังอีกฝ่าย “นายถูกปนเปื้อนไปแล้ว”
“ปนเปื้องั้นเหรอ? ก็จริง...” แววตาหลัวเล่อเคอพร่ามัว “แต่ฉันเลือกจะตกต่ำเอง”
เขาเอียงหน้าไปจูบประตูบาปของตน ก่อนเอนกายรับอ้อมกอดอย่างพึงพอใจ แววตาผ่อนคลาย “เมื่อก่อนฉันถูกควบคุม ไม่เคยได้สัมผัสใครเลย จนกระทั่งมาถึงชั้นราคะ ถึงได้รู้ว่าบนโลกนี้ยังมีเรื่องสนุกแบบนี้ด้วย”
“การโอบกอด การจูบ และการหลอมรวมกับใครสักคน ความรู้สึกที่กายใจกับอีกฝ่ายเป็นหนึ่งเดียวกันช่างวิเศษ ฉันเต็มใจตกสู่ราคะเอง”
