อินซิวถอนหายใจเบา ๆ พลางชักดาบที่ห้อยอยู่ข้างเอวออกมา “ฉันยังไม่อยากถูกเผาไปพร้อมกับนายที่นี่”
“ถึงตอนนั้นฉันอาจตายไปแล้ว แต่นายยังไม่ตาย แล้วจะยืนเรียกถ่านดำของฉันว่าแฟนหรือไง?”
สีหน้าของหลีม่อชะงักไป “งั้นฉันไม่เอาดีกว่า!”
อินซิวยิ้มบาง ๆ ท่ามกลางความหวาดผวาของผู้คนรอบข้าง บทสนทนาสบาย ๆ ของทั้งคู่ช่างดูผ่อนคลายผิดกับบรรยากาศโดยรอบ
เขาสะบัดดาบเบา ๆ ก่อนเตะคนที่ขวางทางออกไป แล้วเอ่ยอย่างเกียจคร้านว่า “หลีกไป ฉันจะเปิดประตูเอง”
คนที่พยายามเปิดประตูเท่าไรก็ไม่สำเร็จมีสีหน้าร้อนรน “ประตูบานนี้ถูกผู้เล่นระดับสูงลงผนึกด้วยอุปกรณ์ แข็งแกร่งมาก เปิดไม่—”
คนผู้นั้นยังพูดไม่ทันจบ อินซิวก็จับด้ามดาบด้วยสองมือ ฟันฉับเฉียงลงไปอย่างดุดันจนประตูถูกผ่าออกเป็นสองซีก
เสียงโครมครามดังขึ้น ประตูพลันล้มลงกับพื้น
คนที่อยู่ข้าง ๆ มองอินซิวด้วยสีหน้าซับซ้อน ก่อนหน้านี้พวกเขาเห็นกับตาว่าชายคนนี้ทำท่าอ่อนแอ หลบอยู่หลังแฟนหนุ่ม แถมยังไม่ปริปากสักคำแม้ถูกหัวหน้าซักไซ้ ที่แท้ก่อนหน้านี้แกล้งทำเป็นพูดไม่ได้สินะ? ทั้งพูดได้ทั้งสู้เก่ง แล้วก่อนหน้านี้จะแกล้งเป็นใบ้น้อยผู้เปี่ยมรักไปทำไมกัน
“ไปกันเถอะ” อินซิวไม่สนใจสายตาของทุกคน เก็บดาบแล้วหันกลับไปคว้ามือหลีม่อ จากนั้นก็เร่งฝีเท้าออกไป
เด็กหนุ่มยังรออยู่ข้างนอก เดิมทีเขาตั้งใจจะดูว่าหลังจากเผาคนกลุ่มนี้แล้วจะได้แต้มเพิ่มเท่าไร พอฟ้าสว่างค่อยแฝงตัวขึ้นเรือไปดูว่าเงื่อนไขการสังหารคนของนักล่าคืออะไรกันแน่
