พอจงมู่จากไป ในดันเจี้ยนแห่งนี้ก็เหลือผู้เล่นเพียงอินซิวคนเดียว
ชาวเมืองมองหน้ากันไปมา ก่อนจะมองอินซิวที่เพิ่งเดินกลับมาจากหมอกขาวด้วยความหวาดหวั่น
ทั้งที่ดันเจี้ยนจบลงแล้วแท้ ๆ ทำไมหมอนั่นยังจ้องพวกเขาอยู่อีก! น่ากลัวชะมัด!!
อินซิวถือดาบเดินเข้าไปอย่างใจเย็น ชาวเมืองรีบถอยกรูด มองเขาด้วยความระแวดระวัง
พวกเขารู้อยู่แล้วว่าอินซิวกลับมาต้องไม่ใช่เรื่องดี แต่ก็ไม่มีที่ให้หนี ต่อให้กลับเข้าไปซ่อนในบ้าน อินซิวก็ยังตามไปฆ่าถึงที่อยู่ดี
ใคร ๆ ก็บอกว่าดันเจี้ยนเป็นกรงขังของผู้เล่น พอเข้าไปแล้วก็ทำได้แค่เอาชีวิตรอดอยู่ข้างใน หนีไปไหนไม่ได้ แต่ตอนนี้คนที่ถูกขังกลับเป็นพวกเขาต่างหาก!
ตามปกติเมื่อดันเจี้ยนจบลง ผู้เล่นก็จะรีบออกไป จากนั้นดันเจี้ยนจะสร้างอสูรกายขึ้นมาใหม่เพื่อรอผู้เล่นกลุ่มต่อไป ไม่มีใครคิดเลยว่าจะมีคนอย่างอินซิวจงใจติดแหง็กอยู่ที่นี่ จนอสูรกายทั้งหลายตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เมื่ออินซิวเดินมาถึงกลางลานกลางเมือง ชาวเมืองก็พากันหดตัวสั่นงันงกอยู่ตรงมุมลาน แล้วจ้องเขา “นะ...นายจะทำอะไร? ทำไมยังไม่ไปอีก?”
อินซิวไม่ตอบ เขาไม่สนใจอสูรกายกระจอกกลุ่มใหญ่ แล้วเงยหน้าจ้องรูปปั้นหญิงสาวที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลาน
แม้นายกเทศมนตรีจะหายไปแล้ว รูปปั้นของหญิงสาวก็ยังคงสภาพเดิมตั้งแต่ตอนที่ผู้เล่นมาถึง ศีรษะถูกตะปูยักษ์ตรึงไว้ รอบด้านพันด้วยยันต์กระดาษและด้ายแดง ชวนให้รู้สึกเย็นเยียบ
อินซิวถือดาบปีนขึ้นไปบนยอดรูปปั้นขนาดมหึมา ก้มมองจุดที่ตะปูตอกลงไป ก่อนจะแทงดาบในมือเข้าไปในรูตะปูต่อหน้าทุกคน แล้วเริ่มงัดตะปู ทำลายรูปปั้นทั้งตัว
ชาวเมืองหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ รีบร้อนวิ่งเข้ามาห้าม “ห้ามแตะนะ!! ถ้าปล่อยผู้หญิงคนนั้นออกมา พวกเราจบเห่แน่!!”
