เขาชอบภาพที่ชายคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ ทว่าทั่วร่างกลับเย็นเยียบไร้ชีวิตชีวาเหลือเกิน
ชั่วขณะนั้น เมื่อสบตากับอินซิว ภาพตรงหน้าของเขาพลันพร่าเลือนราวกับความฝัน เป็นประกายใสดุจฟองสบู่จนทำให้เขามึนงง
แต่เสียงกรีดร้องของชาวเมืองที่อยู่ข้าง ๆ ก็ดึงสติเขากลับมาในวินาทีถัดมา
นายกเทศมนตรีพลันได้สติ ตอนนี้อินซิวควรจะหลบซ่อนตัวไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมถึงยังยืนอยู่ตรงนั้นอย่างใจเย็น?
พอหันไปมอง เสียงอึกทึกที่หน้าประตูก็ให้คำตอบแก่เขา
ในชั่วพริบตาที่ชาวเมืองเปิดประตูบ้านอย่างฮึกเหิม เตรียมจะกรูกันเข้าไป บางสิ่งก็โผออกมาพร้อมเสียงโหยหวนบาดหู มือหนึ่งคว้าคอชาวเมืองที่วิ่งนำหน้าไว้
ร่างวิญญาณสีน้ำเงินเข้มพุ่งเข้าหาชาวเมืองหน้าบ้าน ควันดำทะมึนปกคลุมด้วยไอแค้น มันสังหารชาวเมืองที่กรูกันเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเหวี่ยงร่างบิดเบี้ยวทั้งร่างเข้าใส่ฝูงชนอย่างเดือดดาล เลือดจากศพกระเซ็นไปทั่วผู้คน ก่อนร่างจะตกกระแทกพื้นอย่างแรง สภาพยิ่งน่าสยดสยองกว่าเดิม
“นั่นมันตัวอะไร?!” ชาวเมืองถอยกรูดอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะแตกฮือไปคนละทิศละทางตามสัญชาตญาณเมื่อถูกทำให้ตกใจ
พวกเขามองศพบิดเบี้ยวบนพื้น แล้วหันไปมองใบหน้าซีดขาวทีละดวงที่ลอยอยู่หน้าประตู แผ่ไอแค้นคละคลุ้ง ต่างพากันนิ่งงันไปชั่วขณะ
นี่... นี่มันตัวอะไรกัน? ทำไมในบ้านของนายกเทศมนตรีถึงมีผีสิงอยู่ แถมยังเป็นวิญญาณอาฆาตที่เต็มไปด้วยความแค้นและดุร้ายอย่างยิ่งอีกด้วย
“อย่าเพิ่งไป! เครื่องเซ่นอยู่ข้างใน!” ใครบางคนตะโกนเรียกฝูงชนให้กลับมา พวกเขายังคงเผชิญหน้ากับทางเข้าบ้าน ไม่ยอมถอดใจ
หากต้องเผชิญหน้ากับร่างวิญญาณประหลาดหน้าประตูก็ต้องตาย หากไม่เตรียมเครื่องเซ่นก็จะถูกผู้หญิงคนนั้นฆ่าตายเหมือนกัน พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำได้เพียงกำอาวุธแน่น กัดฟันพุ่งเข้าบ้านสุดแรง หวังเสี่ยงดวงดูสักตั้ง
