อินซิวกลับต่อยอดความคิดจากเรื่องนี้ไปได้สารพัดความเป็นไปได้
“ถ้าฉันทำพิธีเป็นเครื่องสังเวยไม่สำเร็จ ผู้หญิงคนนั้นจะโกรธจนทะลวงผนึกออกมาฆ่าคนทั้งเมือง หรือก่อนหน้านั้นนายกเทศมนตรีจะลงมือมาฆ่าฉันเองกันแน่?”
“ระหว่างนั้นจะฆ่าพวกนายไปด้วยหรือเปล่า?”
เขาพูดอย่างไม่ยี่หระ ทว่าคนอื่น ๆ กลับฟังแล้วใจเสีย
ไม่ว่าผลลัพธ์แบบไหนก็แย่ทั้งนั้น เป็นเรื่องที่ผู้เล่นไม่กล้าคิดถึง เพราะถ้าอินซิวฝ่าฝืนกฎก่อน ก็อาจกระทบความคืบหน้าในดันเจี้ยนของผู้เล่นคนอื่น หรือไม่ก็ทำภารกิจไม่สำเร็จไปเลย ยิ่งไปกว่านั้น หากเกิดเรื่องใหญ่ในเมืองจนบานปลาย ผู้เล่นก็มีโอกาสตกอยู่ในอันตรายตามไปด้วย ผลลัพธ์มีแต่จะแย่ลง ไม่มีทางแย่ที่สุด
เมื่อเห็นท่าทีไม่ทุกข์ร้อนของอินซิว คนอื่น ๆ ก็รู้สึกไม่สบายใจจากก้นบึ้งของหัวใจ
พวกเขาเริ่มกลัดกลุ้มที่คนซึ่งต้องเป็นเครื่องสังเวยคืออินซิว ไม่ใช่คนอื่น เพราะถ้าเป็นคนอื่น อย่างน้อยก็อาจไม่มีทางขัดขืนและยอมเป็นเครื่องสังเวยอย่างว่าง่ายเพื่อผ่านวันแรกไป แต่อินซิวนั้นไม่แน่
“ฉันว่าดันเจี้ยนต้องมีกฎของมันอยู่แล้ว คงไม่ถูกกระทบง่ายขนาดนั้นหรอก...” ผู้เล่นคนหนึ่งพึมพำ พยายามให้อินซิวล้มเลิกความคิดที่จะก่อเรื่องสักยก แต่อินซิวเพียงยิ้มนิด ๆ
“ฉันขอไปนอนสักพักก่อน”
พูดจบเขาก็หันหลังเดินขึ้นชั้นบน
นอนสักพัก???
คืนนี้เขาต้องกลายเป็นเครื่องสังเวย ถูกฉีกเป็นสี่ส่วนอยู่แล้ว ยังจะทำใจสงบไปนอนทั้งที่อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะตายได้ยังไง?
ผู้เล่นยิ่งลนลานกว่าเดิม คนคนนี้ต้องคิดจะทำเรื่องใหญ่แน่ ๆ!
“ถ้าพี่ชายจะนอน หนูขอไปเล่นสักพักนะ” เด็กหญิงกอดตุ๊กตากระต่ายตัวน้อยของตัวเอง กระโดดดึ๋ง ๆ ขึ้นชั้นบนอย่างร่าเริง ส่วนอีกสองคนก็ไม่ต้องพูดถึง
