อินซิวยื่นมืออุ้มหนวดน้อยขึ้นจากพื้น ลูบมันเบา ๆ พลางปลอบอารมณ์ “หน้าตาเป็นคนแบบไหน?”
“เป็นเงา…สีขาว…เลือน…ลาง” ก้อนหนวดน้อยพยายามตะกายมืออธิบาย ดวงตาทั้งหลายจ้องเงาเลือนรางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างไม่กะพริบ ท่าทางระแวดระวังเป็นอย่างมาก
“เงาเลือนราง…แกก็มองหน้าตาไม่ชัดเหมือนกันสินะ” อินซิวสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้อง แต่ไม่รู้สึกถึงอันตราย เงาปริศนานี้ดูเหมือนแค่ตามเขาอยู่ในตอนนี้ ยังไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่น เขาจึงควรใช้เวลาที่ยังเหลือก่อนครบเจ็ดวันศึกษามันดู
ในเมื่อเงาเลือนรางปรากฏขึ้นบนเรือ พวกอสูรกายก็น่าจะรู้อะไรบ้าง
“ไม่เป็นไร ไม่ใช่ของน่ากลัวอะไรขนาดนั้น ไม่ต้องเกร็งขนาดนี้” อินซิวลูบก้อนหนวดน้อยในอ้อมแขนไปพลางเดินออกไปข้างนอก พอเขาขยับตัวก็ได้ยินเสียงฝีเท้านั้นเดินตามมา ดูจากปฏิกิริยาของก้อนหนวดน้อยแล้ว อีกฝ่ายคงตามเขามาตลอด
ในเมื่อยังไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร ก็รอให้นักล่าตื่นก่อนแล้วค่อยลองหยั่งเชิง ไม่ต้องรีบร้อน
ขอแค่เป็นพวกที่ทำตัวลึกลับอยู่ในดันเจี้ยน ก็ต้องเป็นอสูรกายทั้งนั้น และถ้าเป็นอสูรกายก็ฆ่าได้หมด แค่ต้องทำเงื่อนไขให้สำเร็จหรือไม่เท่านั้น อินซิวไม่ได้ใส่ใจนัก
เขาอุ้มก้อนหนวดน้อยที่ขดตัวเกร็งจนไม่นุ่มนิ่มน่าลูบเท่าไรกลับขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ เตรียมตกปลาต่อ
ทันทีที่เดินขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ เขาก็เห็นปลาตัวมหึมาตัวหนึ่งนอนอยู่ตรงที่เขานั่งก่อนหน้านี้ เลือดยังไหลไม่หยุด ตอนที่เขาตื่นคงมัวแต่สนใจเสียงฝีเท้าปริศนา จึงไม่ทันสังเกตว่ามีฉลามตัวใหญ่ตัวหนึ่งนอนอยู่ข้างตัว
