หลังค้นตัวผู้ตายและกวาดเสบียงชิ้นใหญ่ไปได้หลายอย่าง จงมู่ก็ได้กำไรมหาศาล เดิมทีเมืองเล็กก็ยัดเสบียงให้เขามาไม่น้อยแล้ว เพราะรู้ว่าดันเจี้ยนนี้ต้องใช้เสบียงจำนวนมาก มากพอให้เขากับอินซิวกินได้นาน ตอนนี้ยังเก็บตุนเพิ่มอีก รู้สึกว่าอยู่บนเกาะนี้สักสองสามเดือนก็ยังไม่มีปัญหา
“ไปกันเถอะ” อินซิวเห็นว่าเขาเก็บของเสร็จแล้ว ก็เอ่ยเรียบ ๆ ก่อนหันหลังเดินออกไป
เสียงกรีดร้องของคนก่อนหน้านี้ดึงดูดผู้คนให้มาทางนี้อีกไม่น้อย พวกเขาต้องรีบออกไปก่อนคนอื่นจะพบเข้า การตกเป็นเป้าสนใจของผู้เล่นจำนวนมากไม่ใช่เรื่องดี
“โอเค ๆ พี่ซิว รอผมด้วย” จงมู่หอบข้าวของเต็มตัว วิ่งอย่างร่าเริงตามอินซิวไป
ทั้งสองเดินผ่านพงหญ้ารกชัฏที่อบอวลด้วยกลิ่นอายอันตราย มุ่งหน้าไปตามทิศทางที่อินซิวกำหนดไว้ ไม่นานก็ถึงขอบเกาะ
ลมทะเลพัดปะทะใบหน้า พวกเขายืนอยู่ริมหน้าผาที่ไม่สูงนัก เบื้องล่างเต็มไปด้วยเศษหิน เมื่อคลื่นซัดกระหน่ำ ภาพตรงหน้าก็ดูอันตรายเป็นพิเศษ
ผืนทะเลสงบนิ่ง ท้องฟ้ากับผืนน้ำเป็นสีเดียวกัน มีเพียงเรือสำราญสีขาวขนาดมหึมาลำหนึ่งลอยนิ่งอยู่กลางทะเล ดูโดดเด่นแปลกแยกอย่างยิ่ง
“พี่ซิว นั่นเรือสำราญที่พูดถึงในกฎใช่ไหม ใหญ่มากเลย” จงมู่หรี่ตามองเรือสำราญ แม้อยู่ห่างไกล แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงขนาดอันมหึมาของมัน ราวกับสัตว์ประหลาดยักษ์ที่กำลังหลับใหลอยู่กลางทะเลอย่างไม่ไหวติง
“ใหญ่กว่าที่ฉันคิดไว้จริง ๆ” อินซิวพยักหน้า
เรือสำราญขนาดมหึมาที่ไม่รู้ที่มาลอยอยู่ตรงนั้น แค่เห็นก็รู้ว่าอันตราย หากเป็นสภาพปกติของดันเจี้ยนนี้ ต่อให้มีผู้เล่นเห็นเข้าก็คงไม่มีใครคิดเข้าไปหาอยู่แล้ว เพราะหัวใจสำคัญของดันเจี้ยนนี้คือการเอาชีวิตรอด ขอแค่พยายามมีชีวิตอยู่บนเกาะให้ได้ก็พอ ใครจะอยากไปกระตุ้นอันตรายที่ไม่คาดคิดกันล่ะ
