เผชิญกับการปฏิเสธของอินซิว หลีม่อก็ไม่ได้เสียใจมากนัก เขาเพียงยิ้มพลางจ้องมองอีกฝ่าย “ตอนนี้ยังไม่พอ หมายความว่าถ้าเป็นวันหน้าก็ได้ใช่ไหม?”
“ก็อาจจะ...ไม่แน่” อินซิวไม่ให้คำมั่นสัญญากับใครง่าย ๆ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังหยั่งความคิดของตัวเองในวันหน้าไม่ได้ สถานการณ์ในดันเจี้ยนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
“ไม่เป็นไร ฉันรอจนถึงวันที่แฟนยอมรับฉันได้” หลีม่อคิดว่าเวลาของตนยังมีอีกมาก มากเหลือเกิน ต่อให้ต้องรอจนแฟนอายุแปดสิบหรือเก้าสิบแล้วค่อยตอบตกลงก็ยังได้
หนังสือของมนุษย์มักเขียนไว้ไม่ใช่หรือว่า เรื่องที่แสนโรแมนติกที่สุดคือการมองคนสำคัญเดินเคียงข้าง จากรุ่งอรุณที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตไปจนถึงยามสนธยาที่เส้นผมเริ่มขาวโพลน แล้วจับมือกันก้าวเข้าสู่ราตรีแห่งความตาย
ท่ามกลางกระแสกาลเวลา จะต้องมีเงาของอีกฝ่ายอยู่ด้วย
หลีม่อไม่ค่อยเข้าใจความโรแมนติกของมนุษย์นัก ชีวิตของสัตว์ประหลาดยืนยาวเกินไป มันจึงทำได้เพียงทะนุถนอมทุกนาทีทุกวินาทีที่อินซิวอยู่ข้างกาย และใช้ดวงตานับไม่ถ้วนบันทึกทุกสิ่งเกี่ยวกับเขา
อินซิวไม่อาจเดินไปถึงยามสนธยาของมันได้ แต่มันสามารถอยู่เคียงข้างอินซิวจนถึงราตรีของเขา
“ไม่ใช่ว่าฉันยอมรับนายไม่ได้ แค่รู้สึกว่าตอนนี้ยังไม่ต้องการ” อินซิวมองเขานิ่ง ๆ “แต่ความรู้สึกของคนเราก็เปลี่ยนแปลงได้ ใครจะรู้ล่ะ”
คำพูดของอินซิวคลุมเครือ หลีม่อฟังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ความหมายของแฟนก็คือ สักวันอาจจะจู่ ๆ ก็อยากคบกับเขาขึ้นมาใช่ไหม?
สีหน้าของเขาพลันเบิกบาน ก้าวยาว ๆ เข้าไปหา ก่อนจะเอาหน้าผากแนบกับหน้าผากอินซิว ดวงตาสีดำสบเข้ากับสายตาของอีกฝ่าย ประกายแดงคล้ำวูบไหวอยู่ลึกในม่านตา พร้อมกับถ้อยคำที่เอ่ยออกมาแต่ละคำซึ่งค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความชั่วร้ายเย็นเยียบ
