“เธอไม่ได้แอบรังแกพี่ชายตอนที่ฉันไม่อยู่ใช่ไหม?” ยาหหยาจ้องเขาเขม็งพลางถาม
ถ้ารู้ว่าตอนเธอไม่อยู่ เจ้าดำปี๋รังแกพี่ชายของเธอ ต่อไปเธอจะไม่พาเขาไปกินขนมแผ่นเล็กอีกแล้ว
“เปล่าสักหน่อย” หลีม่อวางอินซิวลงอย่างจนใจ ก่อนกวักมือเรียกยาหหยา “รีบมาดูเร็วว่าพี่ชายเธอตายหรือยัง ฉันไม่ค่อยแน่ใจว่าสภาพร่างกายของมนุษย์เป็นยังไง”
ยาหหยารีบวิ่งเตาะแตะเข้ามาด้วยความกระวนกระวาย พอมาถึงตรงหน้าอินซิวก็คลำหัวใจของเขาอย่างละเอียด ก่อนลองตรวจลมหายใจ “แม่บอกว่าเวลาเจอคนร้าย หลังฆ่าแล้วต้องตรวจแบบนี้ หัวใจของพี่ยังเต้นอยู่ น่าจะยังไม่ตาย”
อสูรกายทั้งสองถอนหายใจโล่งอก ก่อนจ้องอินซิวที่หมดสติไปแล้วตาไม่กะพริบ
“ตอนนี้ทำยังไงดี รอพี่ฟื้นเหรอ?”
“ฉันว่าคุณแฟนอาการไม่ค่อยดี เราต้องรีบหามนุษย์คนอื่นมาดูอาการ ไปหาหมอ ในหนังสือเขียนไว้อย่างนั้น”
“เรื่องนี้ฉันก็รู้! แม่ฉันเคยบอกเหมือนกัน”
ทั้งคู่หันมองไปรอบ ๆ แล้วเริ่มสำรวจบริเวณนั้น
ในเมื่ออินซิวยังไม่ฟื้น อสูรกายอย่างพวกเขาสองตัวก็ขยับความคืบหน้าของดันเจี้ยนไปนิดหน่อยแล้วกัน!
หลีม่อวางอินซิวกลับลงบนเก้าอี้ แล้วออกไปจับผู้เล่นคนอื่นในทางเดินมาถามสถานการณ์ ส่วนยาหหยาอยู่ในห้องเล็ก ๆ นี้เพื่อค้นหาเบาะแส อย่างไรเสียเธอก็เป็นบอสตัวเล็กของดันเจี้ยน จึงพอรู้ธรรมเนียมบางอย่างของดันเจี้ยน
อย่างเช่นพอเปลี่ยนฉาก ก็มักจะมีกฎใหม่ปรากฏขึ้นในบริเวณที่ผู้เล่นอยู่
เธอรื้อค้นไปทั่ว จนในที่สุดก็เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งติดอยู่บนผนังสูงเกินเอื้อม ดูเหมือนจะเขียนกฎเป็นข้อ ๆ แต่ด้วยส่วนสูงของเธอจึงหยิบไม่ถึง
