สิ้นเสียงหวังป้าเทียน ห้องพักก็เงียบลงชั่วครู่
ทุกคนหัวเราะแห้ง ๆ สองที ต่างคิดว่าหวังป้าเทียนพูดเล่น
ดึกมากแล้ว
ตีสอง
ในห้องพักมืดสนิท มีเพียงแสงไฟถนนด้านนอกที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาเล็กน้อย
หวังป้าเทียนนอนกรนเสียงดังฟี้ ๆ
แต่คนอื่นอีกสามคนกลับยังไม่มีใครหลับ
คืนแรกที่ต้องนอนหอรวม สำหรับพวกหนุ่ม ๆ ที่เพิ่งออกจากบ้านมาอยู่ไกล ๆ เหล่านี้ ย่อมเป็นคืนที่หลับไม่ลง
และยามดึกก็มักเป็นช่วงเวลาที่คนเราเปิดใจคุยกัน
เสียงของหวังอู่ดังขึ้นก่อน
“นี่ พวกนาย”
“ตอนแรกทำไมถึงเลือกสอบเข้าคณะนี้กันล่ะ?”
ทางฝั่งหนุ่มโอตาคุมีเสียงพลิกตัวดังขึ้น
“ฉันเหรอ? ตอนแรกสมัครนิติศาสตร์ไว้ คะแนนไม่ถึง เลยถูกส่งมาเรียนคณะนี้”
“แต่ฉันก็ไม่คิดมากหรอก เป็นบรรณาธิการไร้จรรยาบรรณก็สนุกดีเหมือนกัน”
เจียหาวส่งเสียงฮึในลำคอ ก่อนพูดขึ้นอย่างเนือย ๆ
“ฉันแค่รู้สึกว่าคณะนี้น่าสนใจดี”
“อีกอย่างนะ”
“ถ้าอาจารย์เสวี่ยเฟิงไม่ช่วยโฆษณาคณะนี้จนคนฮือฮา ฉันก็คงเอาคะแนนต่ำ ๆ แบบนี้สอบเข้าจิงไห่ไม่ได้หรอก”
“พ่อฉันบอกว่า ขอแค่ได้เข้าจิงไห่ จะเรียนคณะไหนก็ไม่สำคัญ สำหรับตระกูลหม่าของเรา แค่นี้ก็ถือว่าเชิดหน้าชูตาบรรพบุรุษแล้ว”
ได้ยินทั้งสองคนพูด หวังอู่ก็พยักหน้า
“อย่างนี้นี่เอง”
“ฉันไม่เหมือนพวกนาย”
“ฉันมาเรียนที่นี่ไม่ใช่เพราะอย่างอื่น แต่เพราะตำนานหลายเรื่องของมหาวิทยาลัยนี้”
“ตำนานเหรอ?”
พอได้ยินแบบนั้น ทุกคนก็สนใจขึ้นมาทันที
“ใช่แล้ว”
หวังอู่จุดบุหรี่ขึ้นมามวนหนึ่ง แล้วกดเสียงให้ต่ำลงกว่าเดิม
“ลองคิดดูสิ สมัยนี้ ต่อให้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยจิงไห่ แล้วออกไปจะเป็นยังไง?”
“ใครรับประกันได้ว่าจะโด่งดังไปทั่วหล้า? ใครทำให้คนทั้งโลกจดจำชื่อของนายได้?”
