พอโจวฮ่าวพูดจบ ไช้เสี่ยวจวนก็ถึงกับอึ้ง
เดี๋ยวนะ นายดื่มไวน์แดง พักโรงแรมห้าดาว ชมวิวกลางคืนของจิงไห่ ใส่สูทราคาแพง แถมข้างมือยังมีกุญแจรถหรู
แต่พอฉันกดไลก์ให้นาย ประโยคแรกที่นายพูดกลับเป็นการขอยืมเงินฉัน ยืมตั้ง 20 หยวน
“เดี๋ยวนะ เถ้าแก่โจว นายลองดูโพสต์ที่ลงวันนี้สิ แค่ค่าใช้จ่ายคืนเดียวของนายก็ซื้อชีวิตฉันได้แล้ว ยังจะมายืมเงินฉันอีกเหรอ?”
แต่คำพูดของโจวฮ่าวในวินาทีถัดมากลับทำให้ไช้เสี่ยวจวนไปไม่เป็นอีกครั้ง
“ก็เพราะเอาเงินไปใช้กับอะไรแบบนี้หมดไง ตอนนี้ถึงไม่มีเงินกินข้าว สถานที่แบบนี้กินยังไงก็ไม่อิ่มหรอก”
ตอนนี้ไช้เสี่ยวจวนพูดไม่ออกจริง ๆ
เงิน 20 หยวน เธอมีอยู่หรอก
แต่เธอไม่อยากให้ยืมแล้วจริง ๆ
จังหวะนั้นเอง ข้อความจากโจวฮ่าวก็เด้งมาอีก
“เอ่อ รุ่นน้อง ฉันติดเงินเธอทั้งหมดเท่าไหร่นะ? เหมือนจะ 837 หยวนใช่ไหม?”
ไช้เสี่ยวจวนชะงักไป
“วางใจเถอะ พอฉันมีเงินแล้วจะรีบคืนให้ทันที โจวฮ่าวพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว”
ไช้เสี่ยวจวนจ้องข้อความสองบรรทัดนั้น นกพิราบที่ตายสนิทอยู่ในใจพลันเริ่มกระพือปีกขึ้นมาอีกครั้ง
หมอนี่จำได้ด้วยว่าตัวเองติดเงินเธอเท่าไหร่
ก่อนหน้านี้เธอยังคิดว่าเขาเป็นพวกผมทรงประหลาดที่พูดจาโม้ไปเรื่อยเสียอีก ไม่คิดเลยว่ายังพอเชื่อถือได้อยู่บ้าง
ยังไงเขาก็เป็นรุ่นพี่มหาวิทยาลัยจิงไห่ อย่างน้อยเรื่องความน่าเชื่อถือน่าจะมีอยู่บ้าง
คิดได้ดังนั้น ไช้เสี่ยวจวนก็เม้มริมฝีปาก ก่อนกดเข้าเมนูโอนเงิน ใส่ 20 แล้วกดยืนยัน
“พรุ่งนี้นะ พรุ่งนี้ต้องคืนเงินฉันล่ะ”
“แน่นอน!”
“ไม่มีปัญหา!”
โจวฮ่าวรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ
แต่วันรุ่งขึ้นที่ไช้เสี่ยวจวนเฝ้ารอ กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
บ่ายวันที่สาม ในที่สุดไช้เสี่ยวจวนก็ทนไม่ไหว
เธอกดเข้าไปดูรูปโปรไฟล์ของโจวฮ่าว
“ไอ้บ้า! นายลืมอะไรไปหรือเปล่า?!”
