ก้มมองลงไป หางงูเส้นหนึ่งพุ่งออกมาจากรอยแยกของหินตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ รัดพันข้อเท้าซ้ายของเขาไว้
งูร้อยขาไม่แม้แต่จะหันกลับมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน
“ซ่อนตัวได้ดี ฝีเท้าก็เบา แต่น่าเสียดายที่เจ้าหมอบผิดที่”
จางซุนก้มมอง พบรอยแยกตามซอกก้อนหินมีแสงสีครามเรืองรองอยู่หนาแน่น
สัตว์ร้ายนั่นเสียขาสั้นทั้ง 23 คู่ลงไปในรอยแยก พื้นที่รอบตัวในรัศมี 10 จั้งล้วนอยู่ในการรับรู้ของมัน
จางซุนถึงเพิ่งเข้าใจว่าแท้จริงแล้วตนไม่ได้ลอบไปอยู่ด้านหลังปีศาจ แต่กลับหมอบอยู่บนฝ่ามือของมันต่างหาก
หางงูพลันรัดแน่น กระชากเขาลงจากเนินหินกรวดแล้วเหวี่ยงฟาดพื้นอย่างแรง
จางซุนฝืนบิดเอวกลางอากาศ ใช้มีดสั้นในมือฟันใส่หางงูที่พันอยู่กับเท้า
หางงูสะบัด ร่างของเขากลิ้งออกไปด้านข้าง กระแทกเข้ากับหินเขียวก้อนหนึ่งจนเจ็บปวดไปทั้งตัวและกัดฟันแยกเขี้ยว
เฟิงไท่รีดพิษงูออกจากร่าง ความรู้สึกมึนงงค่อย ๆ ทุเลาลง พอเห็นจางซุนถูกเหวี่ยงกระเด็น ก็อดด่าลั่นออกมาไม่ได้
“เจ้าไม่ได้ไปฟันจุดตายของมันหรอกหรือวะ?!”
จางซุนกุมไหล่ ลุกขึ้นจากพื้น
“ขาของมันทั้ง 46 ข้างเสียบอยู่ใต้ดิน พื้นที่รอบตัวในรัศมี 10 จั้งก็เหมือนอยู่บนฝ่ามือมันนั่นแหละ”
งูร้อยขาหดหางยาวกลับ ดวงตาตั้งฉากกวาดมองเฟิงไท่กับจางซุนไปมาสองรอบ ความเหยียดหยามในน้ำเสียงไม่คิดปกปิดแม้แต่น้อย
“คนหนึ่งโดนพิษนิดเดียวก็หมดสติ อีกคนหมอบอยู่กับพื้นยังถูกจับได้ พวกเจ้าขวางอยู่ตรงนี้จะปราบปีศาจหรือมารนหาที่ตายกันแน่?”
เฟิงไท่หน้าเต็มไปด้วยโทสะ กำลังจะโต้กลับ ทว่าจางซุนยื่นมือมาห้ามไว้เสียก่อน
บรรยากาศรอบตัวจางซุนแปรเปลี่ยนไป
เมื่อครู่ยังล้มลุกคลุกคลานจนมอมแมม ทว่าตอนนี้กลับสงบนิ่งลงอย่างกะทันหัน
“มารนหาที่ตาย? ช่างน่าขัน!”
“เจ้าอาจไม่รู้ วิชาก้นหีบของข้าไม่เคยเป็นวิชาดาบ”
