ราชาปีศาจเกล็ดทมิฬไม่ได้รีบร้อนเข้าไปในซากโบราณสถาน เพียงร่อนลงห่างจากรอยแยกเบื้องหน้าหลายร้อยจั้ง โดยมีแม่ทัพปีศาจผู้ส่งสารก้มหน้าติดตามอยู่ข้างกาย
มันกวาดตามองซวงเจี่ยวกับเถี่ยเจี่ยวซึ่งกำลังเตรียมพร้อมรับมือ ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา
“ลู่หยวนเข้าไปแล้วหรือ?”
ปีศาจทั้งสองพยักหน้า ไม่กล่าวสิ่งใดอีก ก่อนจะพุ่งเข้าไปยังรอยแยกมิติภายใต้สายตาพินิจของมัน
“ดี เช่นนั้นค่อยไปตัดสินแพ้ชนะกันในซากโบราณสถาน”
ราชาปีศาจเกล็ดทมิฬหัวเราะในใจ แววเย็นเยียบชวนให้ผู้พบเห็นขนลุกวาบปรากฏขึ้นในดวงตา
มันล็อกกลิ่นอายของลู่หยวนเอาไว้แล้ว ขอเพียงเข้าไปในซากโบราณสถาน ก็จะอาศัยกลิ่นอายสายนี้ชี้นำให้ตามหาตำแหน่งของลู่หยวนได้
แม้ลู่หยวนจะแข็งแกร่งเพียงใด ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นเวหาชั้นแปด เมื่อเข้าไปในซากโบราณสถาน ที่นั่นย่อมเป็นสนามของมัน
ทว่าเมื่อเทียบกับความสุขุมในการวางแผนของเกล็ดทมิฬ แม่ทัพปีศาจผู้คุ้มกันที่อยู่ข้าง ๆ กลับอดรนทนไม่ไหว
มันเห็นลู่หยวนทะยานขึ้นฟ้าด้วยตาตนเอง อีกฝ่ายบุกเข้าไปในซากโบราณสถานโดยไม่แม้แต่จะทักทาย กฎแห่งขอบเขตรอยแยกมิติยังถูกฉีกจนเกิดช่องโหว่
เวลานี้มันเพียงอยากตามลู่หยวนไป คว้าโอกาสที่จะได้แก่นไขกระดูกต้นกำเนิดมรรคาในซากโบราณสถาน
“ท่านเกล็ดทมิฬ”
แม่ทัพปีศาจผู้คุ้มกันร้อนใจดั่งไฟสุมอก ทว่าภายนอกกลับฝืนสงบ ก้าวออกมาหนึ่งก้าวแล้วกล่าวว่า
“ข้ายินดีไปเบิกทางให้ท่านก่อน ขอท่านโปรดอนุญาต”
“ไม่จำเป็น”
ราชาปีศาจเกล็ดทมิฬส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจ “เจ้าอยู่ข้างกายข้าก็พอ อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม”
“แต่ว่า...”
แววไม่ยินยอมวูบผ่านก้นบึ้งดวงตาของแม่ทัพปีศาจผู้คุ้มกัน
