ภายใต้สายตาจับจ้องอย่างกลั้นหายใจของราชาปีศาจเขาน้ำค้างแข็ง ราชาปีศาจปีกเพลิงหุบปีกทั้งสองข้างลงเล็กน้อย ย่ำผ่านกองกระดูกแตกเกลื่อนพื้น เดินมุ่งหน้าไปยังกระโจมด้วยท่วงท่าเย่อหยิ่ง
“ลู่หยวน—”
น้ำเสียงของมันสงบนิ่ง ทว่าทันทีที่เอ่ยออกมา ก็พลันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
กลิ่นอายขั้นเวหาที่แผ่ออกมาจากในกระโจมหนักหน่วงกว่าที่มันคาดไว้มาก ราวกับมีภูเขาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลกดทับลงบนกลางอก จนลมหายใจของมันชะงักงันไปชั่วขณะ
แรงกดดันระดับนี้ มันไม่เคยสัมผัสจากผู้บำเพ็ญขั้นเวหาคนใดมาก่อน
ร่างปีศาจของมันสั่นสะท้าน หนังศีรษะชาวาบขึ้นมาเล็กน้อย แต่ศักดิ์ศรีของราชาปีศาจไม่ยอมให้มันแสดงความหวาดหวั่นแม้แต่น้อยต่อหน้าผู้ทรยศทั้งสอง
ม่านกระโจมถูกเปิดออกจากด้านใน
ร่างในชุดคลุมสีม่วงก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า เขาไม่ได้ลงมือ เพียงยืนอยู่ตรงนั้น พลังผนึกของเคล็ดผนึกหุบเหวก็แผ่ขยายออกไปราวกับคลื่นน้ำ
ในรัศมีหลายร้อยจั้ง อากาศถูกพลังผนึกกดทับจนหยุดนิ่งทีละนิ้ว พลังปีศาจที่โคจรอยู่รอบกายราชาปีศาจปีกเพลิงพลันหม่นลงหลายส่วนภายใต้แรงกดดันนี้
ลู่หยวนยกมือขวาขึ้น แบมือทั้งห้าออก ฝ่ามือปรากฏภูเขาศักดิ์สิทธิ์ลูกหนึ่งซึ่งก่อร่างขึ้นจากพลังผนึก
รูม่านตาของราชาปีศาจปีกเพลิงหดเล็กลงจนถึงขีดสุด
นี่คือเคล็ดผนึกหุบเหวงั้นหรือ?
มันเคยได้ยินชื่อหานหรงมาก่อน แต่ไม่เคยเห็นผู้ใดขับเคลื่อนวิชานี้ได้ถึงขั้นนี้ ทั้งที่อยู่เพียงขั้นเวหา
พลังผนึกยังไม่ทันแผ่มาถึง กระดูกของมันก็ส่งเสียงลั่นราวกับแบกรับไม่ไหว พลังปีศาจที่ปกคลุมผิวกายสลายไปเอง แม้แต่ปีกทั้งสองข้างด้านหลังก็ยังสั่นระริกอย่างรุนแรง
