ทว่าการเคลื่อนไหวของลู่หยวนรวดเร็วจนเกินเหตุ เพียงก้าวเดียว ร่างก็หายวับไปจากจุดเดิม
ชั่วพริบตาต่อมา สันหมัดอันดุดันก็ซัดเปรี้ยงเข้าที่ใบหน้าของราชาปีศาจปีกเพลิง
ท่ามกลางเสียงสนั่น ร่างสูงเพรียวของราชาปีศาจปีกเพลิงปลิวกระเด็นออกไปราวกับว่าวที่สายขาด
เสียงกระแทกกึกก้องสะเทือนโสตประสาทดังขึ้น ก่อนร่างนั้นจะร่วงลงไปกระแทกส่วนลึกของซากปรักหักพังอย่างหนักหน่วง
กำแพงพังทลายหลายด้านที่เดิมก็แทบจะถล่มอยู่แล้วพังครืนลงมา เศษหินจำนวนมากร่วงหล่นทับร่างของมันไว้เกือบครึ่ง
ภาพเบื้องหน้ามืดดำไม่หยุด โลหิตปีศาจสีแดงคล้ำทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด ศีรษะของมันแทบจะแหลกละเอียด
“พลังร่างกายช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!”
ราชาปีศาจปีกเพลิงดิ้นรนลุกขึ้นจากซากปรักหักพังอย่างยากลำบาก โลหิตปีศาจไหลทะลักออกมาตามรอยแยกของเกล็ดที่แตกร้าว หยดลงย้อมพื้นใต้ร่างจนกลายเป็นสีแดงคล้ำ
มันไม่เคยสัมผัสได้ถึงการบดขยี้ด้วยพละกำลังล้วน ๆ เช่นนี้จากผู้บำเพ็ญมนุษย์คนใดมาก่อน
นั่นไม่ใช่วิชาอาคม ไม่ใช่อิทธิฤทธิ์ หากเป็นเพียงหมัดดั้งเดิมที่สุดที่อัดแน่นด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว สามารถบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกเป็นผุยผง
ลู่หยวนผ่อนลมหายใจเบา ๆ มองเงาร่างสีแดงทองที่กำลังดิ้นรนลุกขึ้นในซากปรักหักพังไกลออกไป จากนั้นก็ย่ำเท้าสะเทือนปฐพี มุ่งหน้าไปทีละก้าว
ขณะเคลื่อนกายพุ่งทะยาน เคล็ดคุนซวีค้ำฟ้าก็โคจรขึ้นเองโดยอัตโนมัติ พลังแห่งฟ้าดินในรัศมีพันจั้งหลั่งไหลเข้าสู่ร่างเขาราวกับสายน้ำนับร้อยสายบรรจบลงสู่มหาสมุทร
ทุกก้าวที่ย่างออกไปล้วนได้รับการเสริมพลังอันยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดิน ทุกครั้งที่ฝ่าเท้าตกกระทบพื้น ปฐพีก็สั่นสะเทือนไม่หยุด
ราชาปีศาจปีกเพลิงเพิ่งได้สติ เสียงฝีเท้ากึกก้องดุจฟ้าร้องก็พลันระเบิดขึ้นข้างหู
