สามวันต่อมา อู๋ชางเดินออกมาจากทางสุสาน
เขาเก็บเข็มทิศกลับเข้าอกเสื้อ ก่อนประสานมือคารวะลู่หยวนซึ่งเฝ้าอยู่ตรงปากทางสุสาน
“ใต้เท้าลู่ ค่ายกลสลายไออัปมงคลวางเสร็จแล้ว การทำงานของค่ายกลเป็นปกติ ในเดือนต่อจากนี้จะค่อย ๆ สลายไออัปมงคลไปเอง ไม่จำเป็นต้องให้คนคอยเฝ้าตลอดเวลา”
“ข้าน้อยทำรายการตำแหน่งแกนค่ายกลกับจุดที่ต้องตรวจตราไว้แล้ว และส่งให้ผู้บัญชาการเฉียวเรียบร้อย เหลือองครักษ์ปราบมารไว้ผลัดเวรที่นี่หนึ่งกองก็เพียงพอ”
ลู่หยวนพยักหน้าแล้วหันไปมองเฉียวซานที่อยู่ด้านข้าง
เฉียวซานเข้าใจความหมาย จึงก้าวออกมาข้างหน้าแล้วประสานมือคารวะ
“ใต้เท้าลู่วางใจได้ ข้าน้อยจัดเวรไว้สามผลัด ผลัดละสองคน คอยตรวจตราตามตำแหน่งแกนค่ายกล”
“แนวกั้นรอบนอกเขาชางเหลียวก็ยังคงไว้ รอให้สลายไออัปมงคลหมดแล้วค่อยถอนกำลัง”
เฉาเหยี่ยน โจวหยวนชิงและคนอื่น ๆ ถูกคุมตัวกลับไปยังสำนักงานกิ่งชิงซีแล้ว ส่วนเจิ้งเค่อก็ถูกหลี่ฝู่พาตัวกลับซั่วหยางไปด้วย ศิษย์อารามเสวียนชิงกลุ่มหนึ่งก็ถูกพาตัวไปเช่นกัน
ลู่หยวนกลับสำนักงานกิ่ง วันนี้กัวเฉียนดูเบิกบานขึ้นอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น ริ้วรอยจากคดีใหญ่สองคดีของสำนักหมื่นกู่กับเขาชางเหลียว ซึ่งกดทับเขามาเกือบครึ่งปี ในที่สุดก็คลายออกเสียที
เขาหยิบรายการที่คัดลอกเรียบร้อยจากแขนเสื้อ แล้วประคองส่งให้ด้วยสองมือ
“ใต้เท้าลู่ นี่คือเศษวิชาค่ายกลยันต์กับตัวอย่างพลังอำมหิตที่ขุดได้จากวังใต้ดินของปรมาจารย์สวรรค์ชุดม่วง ข้าน้อยเก็บเข้าคลังตามคำสั่งของท่านแล้ว”
“พวกเศษซากของลัทธิเซียนอมตะก็ถูกคุมขังไว้แล้ว หลังสอบปากคำเสร็จจะส่งคำให้การไปยังสำนักปราบมารระดับจวงพร้อมกัน”
