กระทั่งลู่หยวนได้พบจี้หยุนเหอกับฮั่นซงเหอที่เขาชิงเฟิง
ตอนฮั่นซงเหอชักกระบี่ เขากล่าวว่าในเมื่อจี้หยุนเหอเป็นศิษย์สำนักกระบี่ชางอู่ ต่อให้ทำผิด ก็ควรลงโทษตามกฎสำนัก!
เพราะตั้งแต่เล็กจนโต สิ่งที่เขาถูกปลูกฝังมาก็คือกฎสำนักอยู่เหนือสิ่งอื่นใด
ไม่ว่าศิษย์คนใดจะทำผิดอะไร ก็ควรส่งตัวให้หอวินัยแห่งสำนักกระบี่ลงโทษก่อน
นี่คือกฎสำนักของสำนักกระบี่ชางอู่
กฎสำนักที่ในสายตาคนทั่วไปช่างเหลวไหลอย่างยิ่ง แต่บนยอดเขาถามกระบี่กลับถือเป็นเรื่องถูกต้องตามครรลองฟ้า
ส่วนสำนักปราบมารกลับตรงกันข้าม กฎหมายต้าเฉียนอยู่เหนือสำนักต่าง ๆ
อย่าว่าแต่เป็นศิษย์สำนักกระบี่ชางอู่ ต่อให้เป็นบุตรของเจ้าสำนักกระบี่ หากกระทำผิดก็ต้องถูกทางการลงโทษเช่นกัน
เมื่อหลักการสองฝ่ายปะทะกัน ย่อมไม่มีทางประนีประนอมได้แม้แต่น้อย
ความขัดแย้งนี้สั่งสมมาเนิ่นนาน จากการนินทาลับหลังกลายเป็นเสียงบ่น ก่อนจะลุกลามเป็นการละเลยและต่อต้านสำนักปราบมาร
งานชุมนุมสังหารปีศาจเป็นงานใหญ่ของสำนักกระบี่เอง ทุกปีสำนักปราบมารจะส่งคนไปร่วมชมพิธี แม้จะจัดที่นั่งไว้แถวหน้า แต่ก็ไม่เคยมีใครมาต้อนรับ
สำนักปราบมารอยากเข้าไปแลกเปลี่ยนสิ่งของในวังใต้ดินไขกระดูกวิญญาณ กลับถูกปฏิเสธด้วยประโยคว่า “ข้อจำกัดในวังใต้ดินยอมรับเพียงศิษย์สำนักกระบี่” มานานกว่าสิบปี
สำนักปราบมารส่งหนังสือขอให้สำนักกระบี่ช่วยกวาดล้างภัยปีศาจแห่งหนึ่ง สำนักกระบี่ก็อ้างว่าศิษย์กำลังปิดด่านฝึกตน
เมื่อสำนักปราบมารส่งคนมาตรวจสอบเครื่องบรรณาการ สำนักกระบี่ก็มอบแต่แก่นปีศาจชั้นต่ำที่สุดให้ ส่วนบัญชีวัตถุดิบวิญญาณก็ไม่เคยยอมให้คนของสำนักปราบมารเข้าไปตรวจในคลัง
