ดาบหัวผีร่วงหล่น ปลายดาบปักลงบนพื้นดิน
เข่าของเผิงเปียวอ่อนยวบ ก่อนจะทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น หน้าผากโขกลงไปอย่างแรง
“ใต้เท้าลู่! ข้าน้อยตาถั่ว ไม่รู้ว่าอู๋ชางเป็นคนของท่าน!”
“ข้าน้อยยอมรับผิด ยอมรับโทษ! ขอเพียงใต้เท้าลู่ไว้ชีวิตข้าน้อย!”
ลู่หยวนก้มมองลงมา สีหน้าไร้อารมณ์ใด ๆ
ร่างของเผิงเปียวสั่นสะท้าน ความเย็นยะเยือกสายหนึ่งแล่นวาบขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง ขนทั่วร่างลุกชัน
ลู่หยวนเป็นคนเช่นไรน่ะหรือ?
ในสายตาของคนลัทธิเซียนอมตะ เขาไม่ต่างจากพญายมโดยแท้ เหล่าผู้เหี้ยมโหดที่มีชื่อเสียงโด่งดัง สุดท้ายล้วนกลายเป็นวิญญาณใต้คมมือของเขา
หากตกอยู่ในมือผู้อื่น เขายังพออาศัยชื่อของลัทธิเซียนอมตะเจรจาต่อรองได้บ้าง
แต่เมื่อตกอยู่ในมือของลู่หยวน เขาไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะต่อรอง
โอกาสเดียวที่จะแลกชีวิตรอดได้ในตอนนี้ คือคายทุกสิ่งที่ตนรู้ทั้งหมดออกมา
เขากัดฟัน น้ำเสียงรวดเร็วแทบจะพ่นคำพูดออกมาเป็นชุด
“เรียนใต้เท้าลู่ ข้าน้อยเดิมเป็นผู้ดูแลสาขาหานซาน หลังจากหลู่เชียนจีไปสำนักหมื่นกู่ สาขาก็แตกสลาย ข้าน้อยจึงพาพี่น้องหลายคนเร่ร่อนอยู่แถบชายแดนระหว่างชิงซีกับหานซาน”
“เมื่อหลายวันก่อน ทูตเทพอินส่งคำสั่งจากสาขาใหญ่มา ให้เศษซากกองกำลังในอำเภอชิงซีทุกแห่งไปรวมตัวกันที่ซั่วหยาง!”
“เดิมทีข้าน้อยไม่อยากไป แต่ไม่กล้าขัดคำสั่งของทูตเทพ กำลังตกที่นั่งลำบากว่าจะไปหรือไม่ไป ระหว่างทางก็พบอู๋ชางเข้า จึงเกิดความโลภชั่ววูบ...”
เขาเงยหน้าขึ้นฉับพลัน ดวงตาข้างเดียวเต็มไปด้วยความร้อนรนอยากเอาชีวิตรอด
“ใต้เท้าลู่ ข้าน้อยรู้ว่ามีกำลังของลัทธิเซียนอมตะรวมตัวกันอยู่ทางซั่วหยาง เศษซากกองกำลังจากสาขาหานซานก็กำลังมุ่งหน้าไปที่นั่น ข้าน้อยยินดีเปิดเผยที่อยู่ของคนเหล่านั้นทั้งหมด ขอเพียงใต้เท้าลู่ไว้ชีวิตข้าน้อย!”
