ท่านลั่วเป็นคนสนิทของเหลียวซานไห่ เมื่อก่อนเคยทำงานอยู่ที่ตำหนักเดือนขาว
ว่ากันว่าตอนกลับบ้านไปเยี่ยมญาติ เขาพลัดตกหน้าผาเสียชีวิต แต่กลับไม่พบศพ
ฮั่นชิวไป๋ไม่คิดเลยว่าจะได้พบคนผู้นี้อีกครั้ง
เขาไม่ได้คิดไปถึงเรื่องปีศาจ มาร หรือผีสางแต่อย่างใด
เพราะคนตรงหน้าดูสมจริงเกินไป
เขาไม่เคยเห็นปีศาจ มาร หรือผีสางตนไหนแคะซอกนิ้วเท้าเสร็จแล้วยังเอามือไปดมใต้จมูกอีกด้วย
ไม่ต้องบอกก็รู้ ท่านลั่วผู้นี้คงแกล้งตายเพื่อหลบหนี แล้วมาจัดการเหมืองให้เหลียวซานไห่ เรียกได้ว่าแอบเลื่อนขั้นอย่างลับ ๆ
ฮั่นชิวไป๋เริ่มสนใจขึ้นมา
เขาพาจ้าวอันอ้อมไปยังเนินเขาด้านหลังเหมือง อาศัยพุ่มไม้บดบังร่างแล้วเฝ้าสังเกตการณ์อย่างอดทน
นั่งซุ่มอยู่เช่นนี้นานกว่าครึ่งวัน
ผู้คนในเหมืองเดินเข้าออก รถเทียมวัวบรรทุกแร่แล่นผ่านไปหลายเที่ยว ดวงอาทิตย์เคลื่อนจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก ทุกอย่างเป็นปกติอย่างยิ่ง
หากไม่ใช่เพราะท่านลั่วปรากฏตัวจนเผยพิรุธ ฮั่นชิวไป๋คงเลิกซุ่มไปนานแล้ว
จนกระทั่งดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลง กองคนกลุ่มหนึ่งก็เลี้ยวออกจากทางหลวง มุ่งหน้ามายังเหมือง
ผู้นำเป็นหญิงวัยราวสามสิบ สวมกระโปรงยาวแพรต่วน ใบหน้างดงาม ทว่าดวงตาคู่นั้นเย็นชาไร้ไออุ่น ราวธารน้ำแข็ง
เบื้องหลังนางมีคนติดตามสิบกว่าคน ในจำนวนนี้สามคนขี่ม้า ที่เหลือต่างเดินเท้า
คนที่เดินเท้าถูกใส่ตรวนที่ข้อเท้า ใช้เชือกคล้องต่อกันเป็นแถว ถูกจูงไปไม่ต่างจากปศุสัตว์
รูม่านตาของฮั่นชิวไป๋หดวูบ
เขาจำหญิงผู้นี้ได้
นางคือเสิ่นอวี๋เหยา คุณหนูแห่งสมาคมการค้าว่านเป่า และเป็นภรรยาของอู๋ซง เจ้าสำนักน้อยแห่งหนอนมังกรค้นสุสาน
เมื่อหลายปีก่อน อู๋ซงจัดพิธีแต่งงาน ตำหนักเดือนขาวซึ่งเป็นขุมอำนาจแถวหน้าของอำเภอหลินชวนย่อมได้รับเทียบเชิญ
