เฝิงจี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ฤทธิ์สุราพลันสร่างลงหลายส่วน
เขาวางชามสุรา เช็ดมุมปาก แล้วเปลี่ยนน้ำเสียงจากทอดถอนใจเป็นจริงจัง
「หากใต้เท้าลู่ไม่เอ่ยถึง ข้าก็กำลังคิดจะรายงานเรื่องนี้อยู่พอดี หมู่บ้านหย่วนซานอยู่ทางตะวันตกของหานซาน สถานที่ห่างไกลความเจริญ ต้องข้ามสันเขาสองแนวจึงจะไปถึง แม้แต่ในแผนที่ก็ระบุตำแหน่งไว้เพียงคร่าว ๆ」
「เดิมทีที่นั่นเป็นหุบเขาแห้งแล้ง ปลูกอะไรก็ไม่งอกงาม ชาวบ้านยังชีพด้วยการล่าสัตว์และเก็บสมุนไพรอย่างยากลำบาก ทั้งยังประสบภัยอดอยากทุกปี」
「ราวสิบปีก่อน คนชั่วจากลัทธิเซียนอมตะแอบเข้าไปในหมู่บ้าน บอกว่ามีเทพภูผาสถิตอยู่ในหุบเขา ขอเพียงเซ่นไหว้เด็กชายและเด็กหญิงคู่หนึ่งทุกปี เทพภูผาก็จะคุ้มครองให้หมู่บ้านฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล」
「หลังชาวบ้านทำตาม ผลเก็บเกี่ยวก็ดีต่อเนื่องหลายปี ในช่วงนั้นหมู่บ้านรอบข้างหลายแห่งประสบภัยแล้ง มีเพียงหมู่บ้านหย่วนซานที่ฝนชุก พืชผลเติบโตงอกงามยิ่งกว่าพื้นที่นอกหุบเขาเสียอีก」
「นับแต่นั้น ทุกบ้านในหมู่บ้านก็แปะยันต์เซียนอมตะ ทุกครัวเรือนบูชาเทพเซียนอมตะ ทั้งยังตั้งธงของลัทธิเซียนอมตะไว้ตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน」
「ภายหลังสำนักปราบมารยกกำลังไปกวาดล้างเศษซากของลัทธิเซียนอมตะ ทว่าชาวหมู่บ้านหย่วนซานถูกล้างสมองไปแล้ว ทุกเทศกาลจะกราบไหว้ลัทธิเซียนอมตะก่อน แล้วค่อยกราบเทพภูผา ไม่เห็นแม้แต่ราชสำนักอยู่ในสายตา」
กล่าวถึงตรงนี้ สีหน้าของเฝิงจี้ก็เผยความละอาย
แม้หมู่บ้านหย่วนซานจะอยู่ในเขตอำเภอหานซาน แต่คนทั้งหมู่บ้านต่างไม่ต้อนรับสำนักปราบมาร
สำนักงานกิ่งเคยส่งองครักษ์ปราบมารไปหลายครั้ง หวังสืบหาที่มาของเทพภูผาตนนั้น ทว่าชาวบ้านกลับถือจอบถือมีดฟืนมาขวางตรงปากทาง ไล่พวกเขากลับไปทุกครั้ง
ผู้นำก็คือผู้ใหญ่บ้าน
เขาบอกว่าหมู่บ้านหย่วนซานมีเทพภูผาคุ้มครอง ปีศาจมารไม่กล้ำกราย ไม่จำเป็นต้องให้สำนักปราบมารมายุ่ง มาจากที่ใดก็กลับไปที่นั่นเสีย
