ถังเป่ยตาค้างทันที
ไหนบอกว่าแค่เล่นละครกันไง?
ตอนนี้เซี่ยชิงกลับคิดจะเล่นละครให้เป็นเรื่องจริง!
เขายืนนิ่งแข็งทื่ออยู่กับที่ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองแม้แต่น้อย
ถังเป่ยรู้ดีว่าเซี่ยชิงไม่เคยมองเขาอยู่ในสายตา แถมยังรังเกียจเขาสุด ๆ พอรวมกับคำเตือนของจางเฉิง ตอนนี้เขาจึงทำอะไรไม่ถูก
โจวเสวี่ยเห็นปฏิกิริยาของถังเป่ยทุกอย่าง เธอหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า “ถังเป่ย ดูเหมือนคุณจะกลัวนะ?”
“บอกฉันมาสิ พวกคุณไม่ได้เป็นคู่รักกันจริง ๆ แต่แกล้งทำใช่ไหม? ไม่อย่างนั้นทำไมถึงไม่คุ้นเคยกับการใกล้ชิดเซี่ยชิงล่ะ?”
“อ้อ ฉันขอเตือนพวกคุณไว้ก่อนนะ หลอกฉันน่ะต้องชดใช้ด้วย”
หัวใจเซี่ยชิงสั่นสะท้าน แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ถ้าเรื่องระหว่างเธอกับจางเฉิงถูกเปิดเผย โจวเสวี่ยไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่
ถึงตอนนั้น ทั่วทั้งเมืองอานเฉิงก็จะไม่มีที่ให้เธอซุกหัวนอนอีก
ส่วนถังเป่ย เซี่ยชิงเป็นผู้หญิงสวย ได้มีอะไรกับเธอเขาก็ไม่เสียเปรียบ
แต่เธอเป็นผู้หญิงของเจ้านาย ถ้าเขาแตะต้องเธอเข้า งานของเขาก็คงไม่เหลือ
เขาจึงจำใจพูดว่า “คุณนาย อย่าล้อผมเล่นเลยครับ”
“พวกเราเป็นคู่รักกันจริง ๆ แค่ผมเป็นคนหัวโบราณ จะให้มาใกล้ชิดกันต่อหน้าคุณได้ยังไงครับ”
“ผมเป็นคนหัวโบราณ ทำเรื่องแบบนั้นไม่ลงหรอกครับ”
“อีกอย่าง เดี๋ยวจะทำให้คุณต้องมองภาพที่ไม่ควรเห็นด้วยครับ”
“ถังเป่ย”
โจวเสวี่ยขึ้นเสียง “ฉัน โจวเสวี่ย ไม่ใช่คนโง่นะ”
“พวกคุณไม่กล้าแม้แต่จะใกล้ชิดกัน ยังคิดจะมาแกล้งเป็นคู่รักต่อหน้าฉันอีกเหรอ?”
“ฮึ กล้าหลอกฉัน พวกคุณตายแน่!”
“ใครก็ได้ โทรศัพท์เดี๋ยวนี้ สั่งแบนเซี่ยชิงทั่วทั้งเมืองอานเฉิง!”
พอได้ยินอย่างนั้น เซี่ยชิงก็ลนลานขึ้นมาทันที
หลายปีมานี้เธอทุ่มเทสร้างธุรกิจ อาศัยการเอาตัวเข้าแลกเพื่อค่อย ๆ สั่งสมทรัพยากร
กว่าจะตั้งบริษัทขึ้นมาได้ก็แทบแย่
ใกล้จะได้มีชีวิตดี ๆ อยู่แล้ว ถ้าโจวเสวี่ยสั่งแบน ทุกอย่างก็จะกลับไปเป็นศูนย์
สิ่งที่เธอทุ่มเทมาก่อนหน้านี้จะสูญเปล่าทั้งหมด
เซี่ยชิงเหลือบมองถังเป่ย เพื่อรักษาบริษัทเอาไว้ เธอกัดฟันพูดว่า “คุณโจว ใครบอกว่าพวกเราไม่กล้าคะ?”
“ในเมื่อคุณอยากเห็นฉันกับถังเป่ยใกล้ชิดกัน งั้นฉันก็จะทำให้คุณดูค่ะ”
โจวเสวี่ยยิ้มแต่ไม่พูดอะไร ได้แต่จ้องทั้งสองคนเขม็ง
เซี่ยชิงคว้ามือถังเป่ยไว้ “ไป เราไปที่เตียงกัน”
ถังเป่ยใจหายวาบ นี่หมายความว่ายังไง?
เซี่ยชิงจะใกล้ชิดกับเขาต่อหน้าโจวเสวี่ยจริง ๆ เหรอ?
เขาควรทำยังไงดี?
ปฏิเสธเธอ หรือเล่นตามน้ำ?
ถ้าไม่เล่นตามน้ำ ก็หลอกโจวเสวี่ยไม่สำเร็จ
แต่ถ้าเล่นตามน้ำ แล้วเผลอทำอะไรกับเซี่ยชิงขึ้นมาจริง ๆ จะอธิบายกับเจ้านายยังไง?
ถ้าจางเฉิงรู้เข้า เขาต้องไล่ถังเป่ยออกแน่
ตอนนั้นในใจถังเป่ยสับสนวุ่นวาย ไม่รู้ควรทำอย่างไรดี
เขาถูกเซี่ยชิงลากไปที่เตียงอย่างเหม่อลอย ภายใต้แรงกดดันจากโจวเสวี่ย เซี่ยชิงจึงเป็นฝ่ายรุกเป็นพิเศษ
“คุณโจว ช่วยให้บอดี้การ์ดออกไปก่อนค่ะ”
เซี่ยชิงพูดว่า “ฉันเป็นผู้หญิงรักนวลสงวนตัว จะให้ผู้ชายคนอื่นมายืนดูไม่ได้ค่ะ”
โจวเสวี่ยหันไปมองบอดี้การ์ด “คุณออกไปก่อน”
“ครับ คุณโจว”
บอดี้การ์ดออกไปทันที
“เริ่มได้หรือยัง?” โจวเสวี่ยถาม
มาถึงขั้นนี้แล้ว เซี่ยชิงรู้ว่าตัวเองไม่มีทางถอย
ทำได้เพียงกัดฟันทำต่อไป
ส่วนถังเป่ยกลั้นหายใจ จ้องเซี่ยชิงเขม็ง เมื่อเผชิญกับภาพตรงหน้าอันเย้ายวน เขารู้สึกเหมือนเลือดทั่วร่างกำลังเดือดพล่าน
มิน่าจางเฉิงถึงได้หลงเซี่ยชิงขนาดนี้
รูปร่างแบบนี้สุดยอดจริง ๆ
ถังเป่ยมองจนเคลิบเคลิ้ม เซี่ยชิงหยิกเอวเขาเบา ๆ แล้วกระซิบว่า “อย่ามองไปทั่ว รีบเล่นตามฉันสิ”
ความเจ็บทำให้เขาได้สติขึ้นมาทันที ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือรับมือกับโจวเสวี่ย
เขารีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัวทั้งคู่
ตอนที่ถังเป่ยกำลังเคลิบเคลิ้ม เขาเห็นแววรังเกียจและดูถูกในดวงตาของเซี่ยชิง จึงสงบลงทันที
สายตาของเธอทิ่มแทงเขาอย่างแรง
เขารู้ว่าเซี่ยชิงดูถูกเขา...
ความปรารถนาในใจถังเป่ยสลายไปจนหมด แม้เขาจะอยากได้ผู้หญิง แต่ก็อยากให้ฝ่ายหญิงเต็มใจด้วย
เขาสาบานกับตัวเองว่าจะต้องสร้างตัวให้ได้ และทำให้เซี่ยชิงเต็มใจให้ได้สักวัน...
ถังเป่ยก้มหน้า โน้มตัวเข้าไปใกล้หูเซี่ยชิง
ถ้าโจวเสวี่ยไม่ได้อยู่ตรงนั้น เซี่ยชิงคงระเบิดอารมณ์ไปนานแล้ว
แต่ตอนนี้เธอไม่กล้า
ทำได้แค่อดทนไว้
ต่อให้ถังเป่ยทำอะไรเธอจริง ๆ เธอก็ได้แต่กลืนความขมขื่นลงไป
ขณะที่เซี่ยชิงเตรียมใจไว้แล้ว กลับได้ยินถังเป่ยกระซิบข้างหูว่า “เราต้องหาทางรับมือกับคุณนาย”
“ไม่ต้องเกร็ง ผมไม่เอาเปรียบคุณหรอก เราแค่ช่วยกันเล่นละคร ทำให้เรื่องปลอม ๆ ดูเหมือนเรื่องจริงก็พอ”
พอเซี่ยชิงได้ยินอย่างนั้น แววตาที่มองถังเป่ยก็เปลี่ยนไป
ไม่มีแววรังเกียจและดูถูกเหมือนเมื่อครู่อีกแล้ว
ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าถังเป่ยจะฉวยโอกาสเอาเปรียบเธอ และทำอะไรเธอจนหมดสิ้น...
“ได้”
หลังจากได้คำตอบจากเซี่ยชิง ถังเป่ยก็ใช้ผ้าห่มคลุมตัว แล้วอาศัยมุมมองหลอกตา ใช้มือทั้งสองข้างยันเตียง ขึ้น ๆ ลง ๆ ทำท่าวิดพื้นอยู่คนเดียว
มองเผิน ๆ เหมือนพวกเขากำลังใกล้ชิดกัน แต่ความจริงร่างกายไม่ได้สัมผัสกันเลยแม้แต่น้อย
โจวเสวี่ยเห็นอย่างนั้นก็เบือนสายตาหนี ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง
ปัง!
พอได้ยินเสียงประตูปิด ถังเป่ยก็รีบมุดออกจากผ้าห่ม
เมื่อครู่แม้จะแค่แสดงละคร แต่เขาเกือบควบคุมตัวเองไม่อยู่ การได้ใกล้ชิดกันขนาดนั้น สำหรับผู้ชายปกติแล้วชวนทรมานจริง ๆ
ถึงจะไม่ได้เล่นละครจนกลายเป็นเรื่องจริง แต่ร่างกายก็เลี่ยงการสัมผัสกันไม่ได้
มันกระตุ้นสัญชาตญาณชายในตัวถังเป่ยอย่างรุนแรง
เซี่ยชิงมองเขา “เมื่อกี้ขอบคุณนะ”
“ฉันจะไปบอกจางเฉิงว่าคุณทำได้ดี ให้เขาขึ้นเงินเดือนให้คุณ”
“อีกอย่าง ฉันจะโอนให้คุณหนึ่งหมื่นหยวน ถือเป็นค่าตอบแทนที่ต้องเหนื่อย”
“ได้ครับ ขอบคุณ”
ถังเป่ยไม่ได้ปฏิเสธ ตอนนี้เขากำลังต้องการเงินจริง ๆ
ได้เงินหนึ่งหมื่นหยวน เขาก็ซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ให้น้องสาวได้ แถมยังได้กินของดี ๆ ด้วย
ถังเป่ยเก็บเสื้อผ้าที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ส่วนเซี่ยชิงนอนอยู่บนเตียง สายตามองเขาไม่วางตา
จู่ ๆ พอเห็นรูปร่างของถังเป่ย เซี่ยชิงก็ถึงกับตะลึง
ไม่น่าเชื่อว่าจะน่าทึ่งขนาดนี้!
เธอเคยมีผู้ชายมาแล้วอย่างน้อยสิบกว่าคน แต่ไม่เคยมีใครเหมือนถังเป่ยเลยสักคน
พรสวรรค์เหนือชั้นขนาดนี้ หรือเขาจะเป็นยอดชายในตำนาน?
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวเซี่ยชิง
ส่วนถังเป่ยถูกเธอจ้องจนรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
เขาพูดอย่างไม่พอใจว่า “คุณเซี่ย ช่วยเลิกจ้องผมได้ไหมครับ?”
“ทำไมล่ะ เขินเหรอ?”
เห็นถังเป่ยเขินอายแบบนี้ เซี่ยชิงก็อดอยากแกล้งเขาไม่ได้
“ของคุณใหญ่ขนาดนี้ ฉันขอดูหน่อยไม่ได้หรือไง?”
ถังเป่ยไม่สนใจเธอ รีบสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
จากนั้นก็เปิดคิวอาร์โค้ดรับเงิน แล้วยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้าเซี่ยชิง
“เมื่อกี้คุณบอกว่าจะให้ผมหนึ่งหมื่น ห้ามเบี้ยวล่ะครับ”
เซี่ยชิงถลึงตามองเขาอย่างไม่พอใจ “ถังเป่ย คุณนี่เห็นแก่เงินจริง ๆ”
“สมควรแล้วที่จนไปทั้งชีวิต”
เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาสแกนจ่าย พร้อมกำชับว่า
“ถังเป่ย พวกเราเป็นคนละโลกกัน ผู้หญิงอย่างฉันไม่ใช่คนที่คุณจะคิดได้”
“เรื่องเมื่อกี้ห้ามพูดออกไป ถ้าฉันได้ยินข่าวลืออะไรแม้แต่นิดเดียว ฉันไม่ปล่อยคุณไว้แน่”
“ครับ”
คำพูดของเธอไม่ได้ทำให้ถังเป่ยเสียอารมณ์เลยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม เขาอารมณ์ดีมาก เงินหนึ่งหมื่นหยวนนี้มากกว่าเงินเดือนทั้งเดือนของเขาเสียอีก
ถังเป่ยออกจากโรงแรมทันที เขาไม่อยากอยู่ตามลำพังกับเซี่ยชิงจอมยั่วยวนคนนี้ มันทรมานเกินไป
……
เช้าวันรุ่งขึ้น ถังเป่ยมาทำงานตามปกติ
พอถึงบริษัท เขาก็ถูกจางเฉิงเรียกไปที่ห้องทำงาน
“ถังเป่ย เป็นยังไงบ้าง? เมื่อคืนหลอกเมียฉันได้ไหม?” จางเฉิงถามอย่างกระวนกระวาย
“ครับ คุณนายเชื่อแล้วว่าผมกับเซี่ยชิงเป็นคู่รักกัน”
ถังเป่ยพูดพลางส่งโทรศัพท์ให้ “นี่โทรศัพท์ของคุณครับ”
เขายื่นโทรศัพท์ของจางเฉิงให้ด้วยสองมือ
จางเฉิงถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะถามต่อว่า “นายกับเซี่ยชิงมีอะไรกันหรือเปล่า?”
“ไม่มีครับ!” ถังเป่ยตอบ “ผมกับเธอแค่ช่วยกันเล่นละครเท่านั้น”
“เธอเป็นผู้หญิงของคุณนะครับ ต่อให้ให้ความกล้าผมสิบเท่า ผมก็ไม่กล้าแตะต้องเธอหรอก”
พูดยังไม่ทันขาดคำ โจวเสวี่ยก็ผลักประตูเข้ามา
เธอมองถังเป่ยแล้วยิ้มหวาน “แฟนคุณล่ะ? เรียกเธอมาหาฉันหน่อย ฉันมีธุระจะคุยกับพวกคุณ”
