[สมองเป็นสิ่งดี ๆ เสียดายที่นักเขียนทำหายไปไหนไม่รู้ ไหน ๆ พวกเธอช่วยยืมสมองให้นักเขียนสักก้อนได้ไหม?]
[โลกสมมติ…]
ปี 1975 ต้นฤดูร้อน!
ประมาณหกโมงเช้า ดวงอาทิตย์ก็ขึ้นแล้ว
เสียงแตรเรียกระดมพลจากที่ทำการหมู่บ้านดังขึ้น บอกให้เริ่มงานแล้ว
วันนี้เริ่มดำนา ทุกคนต่างพากันขมีขมัน
โจวเหวินซานยังคงนอนขี้เกียจอยู่บนเตียงไม่อยากตื่น
ทะลุมิติมาได้เกือบอาทิตย์แล้ว เขายังปรับตัวกับชีวิตบ้านนอกแบบนี้ไม่ได้
เขาหลอมรวมความทรงจำของร่างเดิม เหตุการณ์ในอดีตทั้งหมดของร่างเดิมเขารู้สึกราวกับเกิดขึ้นกับตัวเอง
ทุกวันทำงานในไร่หาแต้มงาน พอสิ้นปีก็เอาจำนวนแต้มมาแลกข้าว
ทั้งปีทั้งชาติ ของที่ได้จากไร่นี่กินก็ไม่พอ โจวเหวินซานเบื่อหน่ายชีวิตแบบนี้มาก
แต่ว่า~
“โจวเหวินซาน!!”
เสียงตะคอกดังลั่นราวกับสิงโตคำรามดังขึ้นนอกหน้าต่างของโจวเหวินซาน!
ทำเอาโจวเหวินซานสะดุ้งเฮือก แย่แล้ว แม่นี่หว่า!
รีบตะเกียกตะกายใส่เสื้อผ้า “มาแล้ว มาแล้ว!”
เปิดประตูออกมา ด้านนอกเป็นหญิงร่างกำยำ สูงใหญ่ เตี้ยกว่าโจวเหวินซานที่สูง 182 อยู่แค่ครึ่งหัว
นี่คือแม่ของเขา หลิวชุ่ยฮวา แม่บ้านชาวนาพันธุ์แท้
เห็นโจวเหวินซานออกมาจากบ้านท่าทางลุกลี้ลุกลน หลิวชุ่ยฮวาก็ด่าด้วยน้ำเสียงดังเป็นเอกลักษณ์ด้วยความแค้นที่ลูกไม่เอาถ่านว่า “ไอ้ไม่ได้ความ สมควรแล้วที่เจ้าจ้าวซิ่วหัวจะดูไม่อยู่ ตอนนี้ขี้เกียจจนไม่อยากไปนาแล้วใช่ไหม ทั้งที่เป็นถึงนักเรียนมัธยมปลาย เรียน ๆ เรียนจนสมองโง่ไปหมด แค่เลิกกันก็เป็นจะตาย ทำไมฉันถึงได้คลอดลูกโง่แบบแกออกมา!”
นิ้วของหลิวชุ่ยฮวาแทบจะจิ้มไปที่หน้าผากของเขาแล้ว
ที่แม่หลิวชุ่ยฮวาพูด โจวเหวินซานรู้ว่าเรื่องมันเป็นมายังไง
ก็ไม่พ้นเรื่องแย่ ๆ ระหว่างชายหญิงนั่นแหละ
โจวเหวินซานมีเพื่อนสาวที่โตมาด้วยกันในหมู่บ้าน ชื่อจ้าวซิ่วหัว เป็นลูกสาวของหัวหน้าหน่วยใหญ่
ทั้งสองเป็นคู่ที่ทุกคนมองว่าดี ตั้งแต่เล็กโตมาด้วยกัน เรียนด้วยกัน เป็นนักเรียนมัธยมปลายเพียงสองคนของหมู่บ้าน
เห็นอายุก็ใกล้ถึงวัยแต่งงานแล้ว แต่กลับเกิดปัญหาขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้
กว่าอาทิตย์ก่อน หัวหน้าหน่วยใหญ่จ้าวเจี้ยนกั๋วแอบมาที่บ้านในคืนหนึ่ง พร้อมรอยยิ้มเต็มไปด้วยความขอโทษ นำของหมั้นและพวกกลับมาคืน
บอกแค่ว่า ขอโทษพี่ชายตระกูลโจวจริง ๆ แล้วก็ว่าสัญญาหมั้นระหว่างจ้าวซิ่วหัวกับโจวเหวินซานเป็นอันยกเลิก
ตอนนั้นทุกคนในบ้านงงเป็นไก่ตาแตก เกิดอะไรขึ้น ถ้าคิดว่าของน้อยก็พูดมาตรง ๆ สิ ทำไมไม่ยอมปรึกษากันก่อนแล้วมายกเลิกงานหมั้นที่ตกลงกันไปแล้ว?
ทั้งบ้านไม่ได้หลับเลยทั้งคืน ส่วนโจวเหวินซานร่างเดิมยิ่งแล้วใหญ่ หลับตาไม่ลงเลยสักนิด ถ้าพ่อแม่ไม่ห้ามไว้ คืนนั้นคงไปถามจ้าวซิ่วหัวแล้วว่าทำไม
วันต่อมา พ่อแม่ถึงได้ไปสืบจากปากคนอื่นมาว่า จ้าวซิ่วหัวไปลงเอยกับพวกหนุ่มปัญญาชนจากในเมืองที่ถูกส่งมาลงหมู่บ้านแล้ว
ข่าวนี้ราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ทำเอาโจวเหวินซานร่างเดิมช็อกแทบสิ้นสติ แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
จ้าวซิ่วหัวใจเปลี่ยนไปมีคนอื่นซะแล้ว!
หลังจากรู้ข่าวนี้ ร่างเดิมขังตัวเองอยู่ในห้องสามวันไม่ยอมออกไปไหน
สุดท้ายก็โมโหจนตายทั้งอย่างนั้น
ปล่อยให้ตัวเองที่ทะลุมิติมาจากอีกหลายสิบปีข้างหน้าด้วยสาเหตุทำงานหักโหมจนตายคากองงานอย่างพวกวัวพวกม้านี่ ได้มารับประโยชน์ไป
ไม่เหมือนกับร่างเดิม โจวเหวินซานที่ทะลุมิติมาจากอีกหลายสิบปีข้างหน้าอารมณ์ไม่รุนแรงขนาดนั้น จ้าวซิ่วหัวใจเปลี่ยนไปมีคนอื่นก็เปลี่ยนไปสิ รักคนอื่นก็รักไปสิ!
นอกจากเจ้าของร่างเดิมที่ซื่อบื้อแล้ว ใครจะขาดนางจ้าวซิ่วหัวแล้วจะอยู่ไม่ได้ล่ะ?
อะแฮ่ม โอเค หลัก ๆ ก็คือหลังจากที่โจวเหวินซานหลอมรวมความทรงจำของร่างเดิมแล้ว ก็ค้นพบว่าจ้าวซิ่วหัวนั้นไม่อยู่ในสเปคของเขา
มองด้วยสายตาของคนยุคหลัง จ้าวซิ่วหัวก็แค่หน้าตาพอไปวัดไปวาได้
ให้คะแนนเต็ม 100 ก็อย่างมากก็ 65 คะแนนแหละ!
การเลิกกันก็ตรงใจเขาพอดี ไม่งั้นเขาก็ปวดหัวเหมือนกันว่าจะเอายังไงกับเรื่องขอยกเลิกหมั้นนี้ดี หรือว่าจะอยู่กันไปแบบขอไปทีทั้งชีวิต?
คิดได้แบบนี้ เฮ้ เรื่องดีเลยนะเนี่ย ไม่ต้องพูดเอง
แต่ว่า ในยุคนี้ การถอนหมั้นนี่เป็นเรื่องใหญ่เลยนะ
การถูกเขาบอกเลิกก็เป็นเรื่องขายหน้าสุด ๆ ด้วย
แถมก่อนที่โจวเหวินซานจะทะลุมามิติ ร่างเดิมก็ทำท่าทีราวกับจะตายให้ได้ ก็ไม่แปลกที่หลิวชุ่ยฮวาจะรักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี
โจวเหวินซานโดนหลิวชุ่ยฮวาด่าเอาแทบหัวหมุน แต่ก็ไม่ได้โมโห เขารู้ว่าหลิวชุ่ยฮวาก็สงสารตัวเอง หลังจากถูกบอกเลิก นางก็โมโหแทบจะบุกไปเอาคำตอบจากจ้าวซิ่วหัวที่บ้านหัวหน้าหน่วยใหญ่ให้ได้
“แม่ แม่ แม่อย่าพูดแล้ว ตอนนี้ผมคิดได้แล้ว ผมไม่ได้ชอบจ้าวซิ่วหัวแล้ว ต่อไปผมจะหาลูกเมียที่ดีกว่าเธอร้อยเท่ามาให้ดู!”
โจวเหวินซานแทบจะทนเสียงกรอกหูไม่หยุดของแม่หลิวชุ่ยฮวาไม่ไหว รีบขัดบทสวดของนางโดยไว
หลิวชุ่ยฮวาหยุดไปเลย แทบไม่เชื่อคำพูดของโจวเหวินซาน ยังไงก็เป็นคนที่โตมาด้วยกันตั้งสิบกว่าปี แถมการถูกบอกเลิกก็ต้องเป็นเรื่องกระทบกระเทือนใจเขาไม่น้อย ไม่น่าจะคิดตกและออกมาจากความรู้สึกครั้งนี้ได้ภายในไม่กี่วัน ใจเลยสงสัยขึ้นมา “จริงเหรอ?”
โจวเหวินซานพยักหน้าห้างอก ๆ ยืนยัน “จริงครับ จริงครับ จริงยิ่งกว่าทองแท้เสียอีก!”
จะไม่จริงได้ไง?
ถ้าจ้าวซิ่วหัวไม่ถอนหมั้น เขาก็ต้องหาทางเลิกเองแล้ว
ความรู้สึกของร่างเดิม ไม่ใช่ความรู้สึกของเขาสักหน่อย
ทำยังไงก็อินไม่ได้เลย!
ยุคสมัยไม่เหมือนกัน สเปคต่างกันราวฟ้ากับเหว!
หลิวชุ่ยฮวาถอนหายใจโล่งอก นางก็แค่กลัวว่าลูกชายคนเล็กจะคิดมากไปเอง
ตอนนี้เห็นลูกชายคนเล็กไม่เป็นไรแล้ว น้ำเสียงก็อ่อนลงเยอะเลย “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว สภาพเรานี่ก็ดีไม่เบา ตัวสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลา ไม่ต้องกลัวไม่มีเมียหรอกนะ วันหลังว่าง ๆ แม่จะเลือกคนที่ดีกว่าให้!”
โจวเหวินซานรับคำรัว ๆ “ครับ ครับ ฟังแม่หมดเลย!”
แต่ในใจกลับคิด “ฟังไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นหาให้ผมอีกคนที่แขนใหญ่เอวหนา ลงนาได้นี่ ผมนี่ไม่รอดแน่!”
พูดแล้ว กว่าจะได้ทะลุมิติมาสักที เรื่องใหญ่ในชีวิตอย่างเรื่องหาเมียนี่ ยังไงตัวเองก็ต้องเป็นคนตัดสินใจเองเกินครึ่ง
หาเมีย ยังไงก็ต้องหาคนที่อ่อนโยนดุจน้ำ งดงามดั่งดอกไม้ ตรงกับสเปคตัวเองถึงจะได้
ยังไงก็เคยเห็นแต่สาวงามยุคหลัง ระดับความงามถูกยกระดับไปแล้ว พอมามองสเปคของคนสมัยนี้ มันมีช่องว่างระหว่างวัยใหญ่เลยใช่มั้ยล่ะ แถมยังใหญ่จนแทบจะสื่อสารกันไม่ได้ด้วย
ก็อย่างว่า ในหมู่บ้านนี่เวลาเลือกลูกสะใภ้ให้ลูกชาย โดยปกติก็จะชอบแบบแข็งแรง ทำงานได้ ดูแล้วเลี้ยงลูกดี ชนิดที่แทบจะอยากให้คลอดลูกวันรุ่งขึ้นก็ลงนาได้เลย
จ้าวซิ่วหัวก็ไม่ได้ต่างจากแบบนี้เท่าไหร่
ส่วนความคิดของเจ้าตัวล่ะ? เรื่องนั้นไม่สำคัญ!
“รีบไปล้างหน้าล้างตา ที่เตามีหมั่นโถวสองลูกยังร้อน ๆ อยู่ กินแล้วก็รีบไปลงนาซะ พ่อแก พี่ชายแก พี่สะใภ้แก ไปนากันหมดแล้ว เหลือแต่แกนี่แหละที่ยังอู้อยู่! วัน ๆ หาแต้มงานไม่ได้กี่แต้ม ยังไม่ได้เท่าที่พี่สะใภ้แกหาได้เลย ขี้เกียจจริง ๆ!”
หลิวชุ่ยฮวาพูดพร่ำเสร็จ ก็รีบไปนาแล้ว
โจวเหวินซานถอนหายใจ เอาปลายเสื้อเช็ดหน้าลวก ๆ ทีนึง แล้วไปกินข้าวที่ครัว
บนหัวเตา ในตะกร้ามีหมั่นโถวข้าวโพดสองลูก บนโต๊ะอาหารยังเหลือผักดองอีกครึ่งจานเล็ก
ในอ่างยังมีโจ๊กข้าวโพดอีกครึ่งอ่าง!
นี่คืออาหารเช้าของวันนี้ ดีต่อสุขภาพและมีสารอาหาร อาหารลดน้ำหนักชั้นดี!
