“ทำของเสียหายก็ต้องชดใช้ตามราคา แบบนี้ย่อมเป็นเรื่องสมเหตุสมผลอยู่แล้วใช่ไหม” ประธานเสิ่นยิ้มอย่างเป็นมิตร ทว่าประกายคมกริบในดวงตากลับปิดไม่มิด
สมกับเป็นประธานสภา จิ้งจอกเฒ่าจริง ๆ
ซูยวนก้มหน้าหงอย เมื่อรู้ว่าตัวเองแบกหนี้ก้อนโตอยู่ ก็เลือกทำเป็นตายเสียเลย
อย่างไรเสีย หน่วยที่หนึ่งคงไม่ยอมรับเธอเข้าร่วมแน่
ถึงตอนนั้นก็ไม่ใช่เธอปฏิเสธ แต่เป็นอีกฝ่ายที่ไม่ต้องการเธอต่างหาก
เธอจะได้ไม่ต้องตัดสินใจ และเรื่องนี้ก็ยังพอมีทางเจรจา
ภาพเช่นนี้ในสายตาอันหลาน ทำให้เธอคิดว่าซูยวนคงตกใจจนสติหลุดเพราะเงินสหพันธ์ก้อนโต
ตำแหน่งว่างในหน่วยที่หนึ่งมีคนหมายตาอยู่ไม่น้อย ถึงขั้นมีหัวหน้าหน่วยอีกหลายคนร้องขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกด้วยตัวเอง
แต่จี้หลิ่นปฏิเสธทั้งหมด
เหตุผลคือสมาชิกเพิ่งจากไปได้ไม่นาน จึงยังไม่คิดรับสมาชิกใหม่ในตอนนี้
อันหลานรู้ดีว่าจี้หลิ่นคิดอย่างไร เขามองสมาชิกในหน่วยเป็นครอบครัว เมื่อคนในครอบครัวยังจากไปได้ไม่นาน กลับรีบร้อนหาคนมาแทน สำหรับจี้หลิ่นแล้วคงทำใจได้ยาก
แต่เมื่อมีตำแหน่งว่าง ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยว่างไว้ตลอด
ไม่ช้าก็เร็วต้องมีคนเข้าร่วม
อันหลานเตรียมใจไว้แล้ว ทั้งยังคัดเลือกผู้สมัครไว้หลายคน แต่ไม่คิดเลยว่าประธานสภาจะให้สมาชิกใหม่เข้าหน่วย
“หน่วยที่สามเพิ่งมีสมาชิกถอนตัวเพราะบาดเจ็บสาหัส ไม่ใช่มีแค่หน่วยที่หนึ่งที่ขาดคน” จี้หลิ่นแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่ง พร้อมบอกว่าซูยวนไปอยู่หน่วยที่สามได้
สมาชิกใหม่ที่ผ่านด่านด้วยการพึ่งพาผีร้ายอยู่ทุกครั้ง ไม่เหมาะกับหน่วยของเขา
“หน่วยที่สามมีคนอื่นที่เหมาะสมแล้ว” ประธานเสิ่นใช้เหตุผลเดิมสกัดจี้หลิ่นอีกครั้ง
