คนพวกนี้คงเบื่อชีวิตกันแล้วจริง ๆ
ของของเขา มีแค่เขาที่แกล้งได้ ใครหน้าไหนกล้าแตะต้องเธอแม้แต่เส้นผม!
ซูยวนเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา “นายนั่นแหละขวางหูขวางตาที่สุด”
โจวซื่อชะงักไป ใจเจ็บขึ้นมา
เขาตัดพ้อเล็กน้อย “ยัยตัวเล็ก...”
เซี่ยกัวก้มหน้าลงอีก กังวลว่าโจวซื่อจะสังเกตเห็นเธอ
ใครจะคิดว่าผู้พิพากษาโจวซื่อผู้เหี้ยมโหด พออยู่ต่อหน้าท่านซูยวนกลับเหมือนหมาโกลเดนรีทรีฟเวอร์ตัวมหึมา!
ฉินอวี้ฉวยโอกาสแทรกตัวเข้ามายืนตรงหน้าซูยวน สีหน้าเปี่ยมด้วยความเลื่อมใส ราวกับมองซูยวนเป็นเทพธิดาที่จุติลงมา
“พี่ยวน ในที่สุดก็หาเจอแล้ว!”
“ผมปลุกพรสวรรค์ลำดับโชคดีหมายเลข 4280 ขึ้นมาได้แล้ว ผมรู้อยู่แล้วว่าคงไม่ได้เจอคนเก่งอย่างพี่ยวนโดยไม่มีเหตุผล!”
โจวซื่ออยากโยนแมลงวันน่ารำคาญตัวนี้ไปให้ไกล ๆ แต่ก็กลัวจะทำให้ซูยวนไม่พอใจ จึงอดกลั้นไม่ลงมือ
“จะพูดก็พูดไป อย่าเข้ามาใกล้ขนาดนั้น” โจวซื่อเอ่ยเตือน
เมื่อเห็นผู้คนที่มามุงดูเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซูยวนก็ยกมือกุมขมับ พลางยิ้มเจื่อน
“ฉินอวี้”
อันหลานกำลังรอออกไปพร้อมจี้หลิ่น พอเห็นฉินอวี้ก็ร้องเรียกจากระยะไกล
เธอสังเกตเห็นสถานการณ์ตรงประตู จึงยิ้มเหมือนกำลังรอดูเรื่องสนุก แล้วพูดกับจี้หลิ่นว่า “ไม่คิดว่าสมาชิกใหม่ของเราจะเป็นที่นิยมขนาดนี้”
“คนนั้นลูกชายของประธานศาลโจว โจวซื่อใช่ไหม”
“ไม่นึกเลยว่าซูยวนจะมีเส้นสายแบบนี้ ต่อไปเวลาติดต่อกับศาลอนุญาโตตุลาการก็คงสะดวกขึ้น”
จี้หลิ่นปรายตามองอย่างเย็นชา “ไปกันเถอะ”
ฉินอวี้คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเป็นแบบนี้ ยิ่งทำให้รู้สึกว่าอคติที่หัวหน้าทีมมีต่อซูยวนนั้นมากเกินไปหน่อย
“หัวหน้าทีมไม่พอใจจริง ๆ ด้วย”
อันหลานกลับพอใจไม่น้อย
