หลังครูเดินจากไป ทุกคนก็พากันถอนหายใจโล่งอก ก่อนมุ่งหน้าไปยังห้อง 101
คราวนี้ไม่มีใครกล้ารอช้าแม้แต่น้อย
โหย่วหนิงถอนหายใจยาว พูดอย่างโล่งอกว่า “ยังดี ยังดีที่ไม่ต้องทำต่อแล้ว”
“ยังดีอะไรของเธอ” ฉินอวี้ถลึงตามองโหย่วหนิงที่ยังพูดว่ายังดีด้วยความหงุดหงิด น้ำเสียงดูแคลน “คนที่มาสายคือพวกเธอ คนที่ทำให้ครูโมโหก็พวกเธอเหมือนกัน”
“พี่ซูยวนช่วยพวกเธอไว้แท้ ๆ ยังมีหน้ามาพูดว่ายังดีอีกเหรอ?”
เป็นคนแบบไหนกันเนี่ย
“พวกเราไม่ได้บังคับให้เธอช่วยสักหน่อย ใครใช้ให้เธอเสนอหน้าเองล่ะ”
พอมีคนหนึ่งกระซิบโต้แย้ง คนอื่น ๆ ก็รีบพูดตาม
“นั่นสิ ใครไปขอให้ช่วยกันล่ะ”
“บางทีเธออาจชอบเรียกร้องความสนใจเองก็ได้”
“ถ้าหวังดีจริง ทำไมตอนอยู่หน้าประตูโรงเรียนพวกเธอไม่เตือนพวกเราล่ะ? กลับรีบไปกันก่อนเองแท้ ๆ”
“พอได้แล้ว” หญิงคนแรกเอ่ยขึ้น “ไปเตรียมสอบที่ห้อง 101 ก่อน”
โหย่วหนิงพยักหน้าตาม “พี่เถาพูดถูก”
จากนั้นเธอก็หันไปบอกฉินอวี้ว่า “ขอโทษนะ เมื่อกี้ฉันพูดผิดไป”
ฉินอวี้กวาดตามองทุกคนแล้วแค่นเสียง “หึ! พวกเดียวกันทั้งนั้น”
มิน่าล่ะ เขาถึงไม่ชอบพวกนี้ตั้งแต่แรกเห็น
ระหว่างทางไปห้องทำงาน
ห้องถ่ายทอดสดก็เดือดพล่านขึ้นมา
【เทพหลิ่วกล้าหาญเกินไปแล้ว อยู่ในสถานการณ์แบบนั้นยังกล้าขัดจังหวะผีร้าย ทำตัวเหมือนนักเรียนที่กลัวว่าจะไปสอบไม่ทันจริง ๆ】
【ฉันเดาว่าผีตัวนี้กะจะพายัยชาเขียวคนนี้ไปกินในที่ลับตาคน】
“หัวหน้าครับ ซูยวนกับโหย่วหนิงเข้าไปอยู่ในด่านผีร้ายเดียวกันจริง ๆ” ฉินอวี่เห็นใบหน้าของซูยวนจากห้องถ่ายทอดสดที่เด้งขึ้นมาบนโทรศัพท์
จี้หลิ่นก้มมองหน้าต่างแชตบนโทรศัพท์ เวลาหยุดอยู่เมื่อสิบนาทีก่อน
