ซ่งเพ่ยเหนียนยังไม่ทันลืมตา ก็ได้ยินเสียงหญิงวัยกลางคนตะโกนลั่นจากลานบ้านด้านนอก
“ทำไมล่ะ งานของพ่อเขายกให้เพ่ยเหนียนแล้วจะเป็นอะไรไป? เพ่ยเหนียนของพวกเราจะไร้ความสามารถได้อย่างไร แล้วทำไมถึงทำงานเชื่อมเหล็กนั่นไม่ได้?”
“แม่ น้องชายสามีเป็นคนยังไง แม่ไม่รู้หรือคะ? ต่อให้เขาไปก็เป็นได้แค่ลูกจ้างชั่วคราว นิสัยอย่างเขา แม่คิดว่าจะได้บรรจุเป็นพนักงานประจำหรือคะ? ถ้าเขาถูกไล่ออก บ้านเราจะยังมีโอกาสได้งานดี ๆ แบบนี้อีกหรือ? ถ้าตำแหน่งของพ่อให้เพ่ยกวงสามีหนูไม่ได้ จะให้พี่รองก็ยังได้” หญิงสาวคนหนึ่งโต้แย้ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
หญิงวัยกลางคนชะงักไปก่อน จากนั้นก็ร่ำไห้เสียงดัง “นี่ฉันมีชะตากรรมเช่นไรกัน สามีก็อ่อนแอ ลูกชายก็อกตัญญู สะใภ้ที่แต่งเข้าบ้านมาก็เป็นตัวก่อเรื่อง...”
“แม่ทำไมถึงลำเอียงนักล่ะคะ? หรือเพ่ยกวงกับพี่รองไม่ใช่ลูกของแม่ ไม่ใช่ลูกที่แม่คลอดออกมาหรือคะ?”
หญิงวัยกลางคนถึงกับพูดไม่ออก แต่ก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนใจ ยืนยันว่าตำแหน่งช่างเชื่อมเหล็กต้องเก็บไว้ให้เพ่ยเหนียน
ซ่งเพ่ยเหนียนเพิ่งรับความทรงจำมาได้ไม่นาน สมองยังสับสนอยู่บ้าง เขาไม่ได้ออกไปข้างนอก ยังคงนอนอยู่บนเตียงพลางเรียบเรียงความทรงจำ
ที่นี่คือช่วงกลางทศวรรษ 70 ในหัวโจว ทั้งประเทศกำลังอยู่ในช่วงก่อสร้างครั้งใหญ่ ชนบทยังกินอาหารหม้อรวมและทำงานส่วนรวม ส่วนในเมืองเริ่มมีการปฏิรูปอย่างช้า ๆ
ครอบครัวซ่งอาศัยอยู่ในตัวเมืองหลงชวนทางตอนเหนือ ซึ่งแม้จะเรียกว่าตัวเมืองอำเภอ แต่แท้จริงแล้วตั้งอยู่ใจกลางมณฑลซื่อถง ซ่งผู้เป็นพ่อทำงานเป็นช่างเชื่อมในโรงงานเหล็ก ส่วนซ่งผู้เป็นแม่อยู่บ้านดูแลทุกคนมาโดยตลอด
บ้านซ่งมีลูกห้าคน ลูกสาวสองคนแต่งงานออกเรือนไปแล้ว ลูกชายคนโตกับคนรองก็แต่งงานมีภรรยาแล้ว ส่วนเจ้าของร่างเดิมเป็นลูกชายคนเล็กของบ้าน ว่ากันว่าชาวบ้านมักรักลูกชายคนเล็ก บ้านซ่งเองก็ไม่ต่างกัน
แต่ที่ซ่งผู้เป็นแม่รักลูกชายคนเล็กถึงเพียงนี้ก็มีเหตุผล
