วันรุ่งขึ้น ฟ้ายังไม่ทันสาง แม่ซ่งก็ปลุกซ่งเพ่ยเหนียนให้ลุกจากเตียง แม้จะรู้ว่าลูกชายของตนคงไม่มีหวัง แต่แม่ซ่งก็ยังต้มโจ๊กข้าวฟ่างหม้อโตให้เขา พร้อมต้มไข่สี่ฟอง
ซ่งเพ่ยเหนียนกินโจ๊กข้าวฟ่างกับผักดองและไข่จนหมดอย่างไม่เร่งร้อน จากนั้นก็ยื่นไข่สองฟองที่กินไม่หมดให้แม่ซ่ง บอกให้เธอกับพ่อซ่งแบ่งกันคนละฟอง แล้วจึงออกจากบ้านไปอย่างรีบร้อน
แม่ซ่งรีบตามไปส่งถึงหน้าบ้าน กำชับให้เขาเดินช้าหน่อย ซ่งเพ่ยเหนียนไม่แม้แต่จะหันกลับมา เพียงโบกมือให้แม่ซ่งเป็นเชิงว่ารู้แล้ว
แม่ซ่งกุมไข่ที่ยังอุ่นอยู่ในมือ มองแผ่นหลังของลูกชายที่ค่อยๆ ไกลออกไป พลางคิดว่าเจ้าหนูนี่จู่ๆ ก็รู้ความขึ้นมาได้อย่างไรกัน
เมื่อซ่งเพ่ยเหนียนมาถึงหน้าโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ ก็เห็นว่ามีคนต่อแถวอยู่มากมายแล้ว ผู้สมัครต้องเลือกยืนตามแถวของตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นลงชื่อแล้วจึงเข้าห้องสอบ
ซ่งเพ่ยเหนียนพิจารณาค่าตอบแทนของแต่ละตำแหน่ง รวมถึงจำนวนคนในแต่ละแถว ก่อนตัดสินใจอย่างแน่วแน่ไปยืนต่อแถวสมัครตำแหน่งช่างเทคนิค
คนที่อยู่ข้างหน้าเขามีเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น เขาต่อแถวอยู่สองนาที กรอกเอกสารเสร็จก็เข้าไปในห้องสอบได้เลย การสอบมีทั้งข้อเขียนและสัมภาษณ์ วันนี้เป็นการสอบข้อเขียน
ผู้คุมสอบเป็นชายวัยกลางคนสีหน้าเคร่งขรึม เขาไม่พูดกับผู้เข้าสอบสักคำ เพียงแจกข้อสอบ แจ้งข้อควรระวังกับเวลาสอบ แล้วถือถ้วยชานั่งลงด้านหน้าห้อง
ผู้คุมสอบจิบชาไปพลาง เหม่อลอยไปพลาง ไม่รู้ว่าผู้อำนวยการโรงงานคิดจะทำอะไรกันแน่ หลายวันก่อนเพิ่งขนเครื่องจักรชุดหนึ่งกลับมาจากทางใต้ ตอนนี้ยังจะรับช่างเทคนิคอะไรอีก โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ของพวกเขาพูดให้ชัดก็คือสถานที่ฆ่าหมู จะทำเรื่องไร้สาระพวกนี้ไปทำไม
เขายังจำได้ว่าไม่นานมานี้มีคนคิดทำเนื้อกระป๋องขึ้นมา แค่นึกถึงก็รู้สึกขนลุกแล้ว
ซ่งเพ่ยเหนียนกวาดตามองข้อสอบอย่างรวดเร็ว คำถามเขียนไว้ว่า คุณมีข้อเสนอแนะอย่างไรต่อการพัฒนาโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ในอนาคต? นอกจากขายเนื้อแล้ว โรงงานยังขายอะไรได้อีกบ้าง? คุณรู้จักผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ชนิดใดอีก? คุณทำผลิตภัณฑ์เหล่านั้นได้หรือไม่?
