ในโลกแห่งความเป็นจริง
ถ่ายทอดสดภารกิจห้วงอวกาศประหลาดเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง (เนื้อหาเกี่ยวกับถ่ายทอดสดมีน้อยมาก แค่ปูเรื่องให้ทีมบุกเบิกหลงกั๋วมีบทบาทต่อไป)
ทีมบุกเบิกหลงกั๋วกำลังจับตาดูความคืบหน้าด่านของกู้อี้
เวลานี้ กู้อี้นอนนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าเขาดูอ่อนเยาว์ ราวกับเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย สีหน้าแข็งทื่อ ดูออกว่ายังตื่นเต้นอยู่บ้าง
“เฮ้อ ข้อมูลผู้บุกเบิกส่งมาแล้ว”
ผู้เชี่ยวชาญทีมบุกเบิกตรวจสอบประวัติส่วนตัวของกู้อี้ ซึ่งบันทึกข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเขาเอาไว้อย่างละเอียด
นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิศวกรรมสารสนเทศ
งานอดิเรก วิ่งระยะไกล นิยายสืบสวน เกมหนีห้องลับ
จากข้อมูลพื้นฐานส่วนตัวของกู้อี้ งานอดิเรกของเขามีส่วนช่วยในการผ่านห้วงอวกาศประหลาดอยู่บ้าง
ขณะนี้ ผู้บุกเบิกจากประเทศอื่นเริ่มปฏิบัติการแล้ว
แต่กู้อี้ยังคงนอนเหม่ออยู่บนเตียง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
หมอเริ่มเคาะประตูห้องผู้ป่วยข้าง ๆ ผู้บุกเบิกทั้งหมดมองไปที่ประตูด้วยความตื่นตะลึง ไม่รู้จะทำอย่างไร
จนถึงตอนนี้ กู้อี้ถึงลุกขึ้นจากเตียง
“ไอ้หนูนี่ทำไมเพิ่งขยับตอนนี้”
“เดี๋ยวนะ เขาทำอะไรอยู่น่ะ บ้าไปแล้วหรือไง”
ทีมผู้เชี่ยวชาญหลงกั๋วจ้องจอโทรทัศน์ เห็นกู้อี้รีบเก็บเสื้อผ้าบนพื้นอย่างรวดเร็ว พับเรียบร้อยด้วยความเร็วปานสายฟ้าแล้วยัดใส่ลิ้นชักชั้นสองของตู้หัวเตียง
เขาดึงลิ้นชักชั้นหนึ่ง ไม่ต้องคิดอะไรเลย หยิบแคปซูลหนึ่งเม็ดยัดเข้าปาก
การกระทำทั้งหลายเป็นไปอย่างลื่นไหล ราวกับซ้อมมานับร้อยครั้ง
“ไม่ใช่ ไม่ใช่นะ ผู้บุกเบิกจากประเทศประภาคารพบกระดาษโน้ตคำใบ้ บนกระดาษเขียนว่าต้องรักษาความสะอาดของห้องพักและต้องกินยาตามเวลา... แต่กู้อี้ไม่เห็นกระดาษโน้ตเลย เขารู้คำใบ้พวกนี้ได้ยังไง”
ทีมผู้เชี่ยวชาญคิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ
พวกเขามองหน้าจอต่อไป
กูอี้พูดคุยสั้น ๆ กับหมอและพยาบาลสักพัก แล้วนั่งบนเตียง ขย้อนยาที่เพิ่งกินลงไปออกมา จากนั้นเขาดึงมีดผลไม้จากลิ้นชักชั้นสามของตู้หัวเตียงใส่กระเป๋ากางเกง
ผู้บุกเบิกจากประเทศกิมจิเก็บกวาดห้องไม่เสร็จทันเวลา ตอนหมอมาตรวจห้องถูกพยาบาลแทงจนพรุนเหมือนรังผึ้ง
ผู้บุกเบิกจากประเทศดอกซากุระแม้จะเก็บห้องเสร็จ แต่ไม่ทันได้กินยา ถูกหมอที่กลายร่างเป็นอสุรกายฉีกกระชากเป็นชิ้น ๆ
ผู้บุกเบิกคนอื่นตายกันอย่างประหลาดพิสดาร
บางคนยังไม่ทันได้ออกจากห้องผู้ป่วย ก็เสียชีวิตคาที่
ทีมบุกเบิกจากนานาประเทศตัวเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ พวกเขาหันไปสนใจแต่ฝั่งกูอี้
หลังจากขย้อนยาออก กูอี้ก็นอนอยู่บนเตียงหลับตาพักผ่อน ขณะที่ผู้บุกเบิกประเทศอื่นค่อย ๆ เสียสละไปทีละคน
ความยากของด่านครั้งนี้ หลังการมาถึงของความประหลาด นับเป็นครั้งแรกที่มีอัตราการตายเกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์
หลายปีมานี้ มีผู้เชี่ยวชาญบอกว่าความยากของด่านห้วงอวกาศประหลาดสูงขึ้นทุกปี จากการคาดการณ์ อัตราการตายในด่านปีนี้จะสูงถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
“ไม่มีใครรอดเลยหรือ”
“ไม่... ยังมีอีกคน”
ในจอถ่ายทอดสดของทุกประเทศ เหลือเพียงกูอี้แห่งหลงกั๋ว
—ตอนนี้เขาคือความหวังสุดท้ายของมนุษยชาติแล้ว
……
โลกประหลาด
พยาบาลมาถึงห้องพักของกูอี้ เคาะประตู
“ถึงเวลาอาหารเช้าแล้ว ไปโรงอาหารได้”
กูอี้ลืมตา ลุกจากเตียง
ตอนหลับตาพักผ่อนเมื่อครู่ พลังจิตของกูอี้ฟื้นฟูขึ้นมา ตอนนี้ยังเหลือพลังจิต 20/50
“ถ้านอนหลับ หนึ่งนาทีฟื้นฟูพลังจิตได้หนึ่งแต้ม ตอนนี้ยังเหลือโอกาสทำนายอีกสองครั้ง ต้องประหยัดไว้”
กูอี้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง
ตอนนี้ เขายังไม่พบคำใบ้ใดที่ขัดแย้งกัน จึงไม่จำเป็นต้องใช้พลัง
ตอนแรกเริ่ม เขาตื่นเต้นเกินไปจนพลาดรายละเอียดไปมากมาย
การทำนายสี่ครั้งก่อน อย่างน้อยสองครั้งที่ไม่ควรใช้
กูอี้หยิบกระดาษโน้ตในมือขึ้นมาพินิจอย่างละเอียด
ข้อที่ห้า
【ห้องพักผู้ป่วยหนักมีคนอยู่สองคนเสมอ โปรดจำข้อนี้ให้ดี】
คำใบ้นี้ทำให้กูอี้ใส่ใจมากที่สุด ถึงขั้นที่เคยคิดว่าคำใบ้นี้ก็เป็นของปลอมเช่นกัน
ถ้าเป็นจริง...
—ทำไมตั้งแต่ต้นจนจบเขาถึงไม่เห็นเพื่อนร่วมห้องของตัวเองเลย ต่อให้เพื่อนร่วมห้องออกจากห้องไปชั่วคราว แล้วทำไมในห้องไม่มีเตียงคนไข้อีกเตียงหนึ่ง
เสื้อผ้าที่เกลื่อนอยู่บนพื้น อาจจะเป็นของเพื่อนร่วมห้องที่หายไปใช่ไหม
หรือว่าในร่างกายของเขาคนเดียว มีวิญญาณของคนสองคน
ทั้งหมดนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้
กูอี้เดินตามกลุ่มผู้ป่วยไปตามทางเดิน เหมือนกับการทำนายที่ผ่านมา พอเดินไปครึ่งทางก็ได้ยินเสียงหมาหอน เขามองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นหมาเลย
—แท้จริงแล้วเขามีอาการทางจิต หรือเป็นเพราะกินยามานานจนเกิดภาพหลอน
ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้เช่นกัน
ตอนนี้มีปริศนาที่ค้างคาใจมากมายเหลือเกิน
ข้อกำหนดขั้นต่ำในการผ่านด่านคือเอาชีวิตรอดในโรงพยาบาลฉงซานหนึ่งเดือน นั่นดูเรียบง่ายมาก แต่ที่จริงแล้วไม่ง่ายเลย เพราะไม่มีใครกล้ารับประกันว่าตัวเองจะหายตัวไปอย่างลึกลับเหมือนกับที่เขียนไว้ในเรื่องราวเบื้องหลังหรือไม่
ออกลุยด้วยตัวเอง เจาะหาความจริงของโรงพยาบาล ถึงจะเป็นวิธีที่เข้ากับนิสัยของกูอี้
ที่หน้าโรงอาหาร กูอี้หยุดเดิน เขาเดินหาอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็พบบนถังขยะหลังประตูใหญ่ มีกระดาษโน้ตคำใบ้แผ่นที่สอง
【กฎระเบียบการใช้โรงอาหาร】
1. เวลาทำการของโรงอาหารคือเช้า 7:00-8:00 น., เที่ยง 12:00-13:00 น., เย็น 18:00-19:00 น., ห้ามเข้าโรงอาหารในเวลาอื่น
2. กรุณาอย่าส่งเสียงดังในโรงอาหาร หากแผดเสียงหรือตะโกน ครั้งแรกจะถูกตักเตือน ครั้งที่สองจะถูกลงโทษ
3. กรุณาอย่ากินอาหารอื่นนอกเหนือจากในโรงอาหาร หากเกิดผลเสียใด ๆ จากการกินหรือดื่มมั่วซั่ว โรงพยาบาลจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น
4. การตักอาหารแต่ละครั้ง กรุณารับประกันหลักการกับข้าวหนึ่งอย่าง กับข้าวหนึ่งจาน และข้าวเปล่าหนึ่งจาน และรวมราคาต้องเป็น 12 หยวน 5 เจี่ยว
5. ยกเว้นหมอหรือเจ้าหน้าที่ คนอื่น ๆ ก่อนกินข้าวเสร็จ ห้ามลุกจากที่นั่ง มิฉะนั้นจะถูกลงโทษ
6. หากคุณเห็นใครก็ตามในโรงอาหารหมดสติหรือขอความช่วยเหลือ กรุณาเลือกที่จะเมินเฉยและรอให้เจ้าหน้าที่จัดการ
เช่นเดียวกัน ด้านหลังกระดาษโน้ตมีอักษรสีเลือดชุดหนึ่งเช่นกัน
“ถ้าเจ้าเห็นคนตายต่อหน้าโดยไม่ช่วย เจ้าถือเป็นคนด้วยหรือ”