“พอเถอะ ผมคุยกับคุณอย่างราบรื่นไม่ได้หรอก” กู้อี้ยืนขึ้น มองหมอดูจากที่สูงกว่า “ต่อให้ตาย ผมก็ไม่มีวันร่วมมือกับพวกคุณ”
กู้อี้หันหลังเดินออกจากห้องลับ
จานสีบนใบหน้าของหมอดูเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสีน้ำเงินหม่น เขาหยิบไพ่ทาโรต์ขึ้นมา สับไพ่และตัดไพ่อย่างชำนาญ ก่อนจะจั่วไพ่ออกมาหนึ่งใบ
—ยมทูตสวมเกราะสีดำ ขี่ม้าดำ ใต้กีบเหล็กของมันมีศพนอนเกลื่อนกลาด
ด้านล่างภาพบนไพ่มีข้อความภาษาอังกฤษเขียนไว้หนึ่งบรรทัด
“เดธ (ความตาย)”
……
กู้อี้เดินออกจากห้องลับ ในที่สุดเวลาของตัวนับเวลาถอยหลังก็กลับมาเดินตามปกติ เขาหันไปมองข้างหลัง หมอดูหายตัวไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
จากคำถามสองข้อแรก กู้อี้ก็พอจะกำหนดแนวทางการผ่านด่านต่อจากนี้ได้แล้ว
คำถามข้อแรก
น้องสาวต้องทำข้อตกลงบางอย่างกับคนของคณะละครสัตว์จันทร์ทมิฬ จึงกลายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเอ่ยถึง ไม่อย่างนั้นบนตั๋วเข้าชมคณะละครสัตว์คงไม่มีชื่อของเธอเขียนอยู่
กู้อี้ไม่ได้ถามโง่ ๆ ว่าน้องสาวเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเอ่ยถึงหรือไม่ แต่ถามว่า “น้องสาวกลายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเอ่ยถึงผ่านตั๋วจันทร์ทมิฬหรือเปล่า” เท่ากับใช้คำถามเดียวไขข้อสงสัยได้ถึงสองเรื่อง
อีกอย่าง หมอดูเคยพูดถึง “ความฝัน” นั่นแสดงว่าพลังลี้ลับของน้องสาวอาจเกี่ยวข้องกับความฝัน
คำถามข้อที่สอง
เหมือนกับข้อแรก กู้อี้ใช้คำถามเดียวคลายข้อสงสัยได้สองเรื่อง
เรื่องแรกคือข้อสงสัยด้านเวลา เขาจะออกจากเมืองได้ก่อนกำหนดหรือไม่
