“พี่ครับ ในเว็บบอร์ด... มีคนบอกว่าพี่เป็นขโมย”
“อะไรนะ?”
“เขากุข่าวครับ กุข่าว พี่ไม่ใช่ขโมยสักหน่อย”
เพื่อนร่วมห้องต่างหวาดกลัวคริส จึงได้แต่หดตัวอยู่ข้างโต๊ะหนังสือของตัวเองอย่างเงียบกริบ
คริสเปิดคอมพิวเตอร์ แล้วคลิกเข้าไปดูคนที่ปล่อยข่าวลือเป็นคนแรกทันที เขาพบว่ารูปประจำตัวของคนคนนั้นเป็นพนักงานเก็บเงินของซูเปอร์มาร์เก็ต
“หึ ๆ ที่แท้แกก็คือคนปล่อยข่าวลือนี่เอง... ง่ายมาก ถ้าอยากให้ข่าวลือหยุด ก็มีแค่วิธีเดียว ฉันจะใช้เลือดของแกตอบคำถามก็แล้วกัน”
คริสครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกวิธีออกทันที
ขณะนั้นเป็นเวลาดึกสงัด พนักงานเก็บเงินกับรปภ.ของซูเปอร์มาร์เก็ตกำลังตรวจนับสินค้าอยู่ภายในร้าน
จู่ ๆ แสงไฟในซูเปอร์มาร์เก็ตก็กะพริบวูบวาบ อากาศเองก็พลันหนาวเย็นจับกระดูก
“เกิดอะไรขึ้น?”
รปภ.กับพนักงานเก็บเงินขยับเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ แล้วหันกลับไปมองพร้อมกัน สิ่งที่เห็นคือเด็กคนหนึ่งซึ่งมีเลือดท่วมตัว กำลังจ้องพวกเขาเขม็งด้วยสายตาอาฆาต
“ออกไป!”
ทันทีที่เห็นผีร้าย ชายฉกรรจ์ทั้งสองก็วิ่งหนีออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยความตกใจ
แต่ทันทีที่พวกเขาพ้นประตูออกมา สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับเป็นสุสานมืดสนิท มีไฟผีวูบไหวอยู่ระหว่างหลุมศพไม่หยุด
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย!”
ทั้งสองกอดกันแน่น พลางร้องตะโกนเสียงดัง
ผีร้ายเข้ามาหาพวกเขา แล้วบีบคอทั้งคู่ไว้
คริสเดินออกมาจากสุสาน มองลงไปยังทั้งสองที่อยู่เบื้องล่าง
“พวกแกสำนึกผิดหรือยัง?”
“ผี... แกเป็นผี!”
“ผีเหรอ? บนโลกนี้ไม่มีผีหรอก ถ้าจะมี ก็มีแต่ผีอย่างพวกแกสองคน” คริสชี้ไปที่ทั้งคู่แล้วพูดต่อ “อยากตายหรืออยากมีชีวิตอยู่?”
