เหลือบมองเพียงแวบเดียว ลู่เซิ่งก็คิดว่าสิ่งมีชีวิตขั้นหนึ่งทั้งสามชนิดนี้เหมาะแก่การเลี้ยงดูเอามาก ๆ
หมูเลือดนอกจากจะกินได้แล้ว เลือดมหาศาลยังเอาไปรดรดเห็ดเลือดเนื้อได้ด้วย ส่วนเนื้อวัวแดงก็ช่วยให้สมองปลอดโปร่งจิตใจแจ่มใส เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของประชากร
ถามว่าก็อบลินกินซากขี้เหร่นักหรือ?
ชาติก่อนเขาก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นคนกินของหน้าตาอัปลักษณ์ แถมยังกินเอร็ดอร่อย ไม่ยอมเสียแม้แต่น้ำซุปสักหยด อย่างเช่น "ลูกแข็ง"
ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เซิ่งก็ซื้อหมูเลือดแสนตัว วัวแดงแสนตัว บวกก็อบลินกินซากอีกแสนตัว ปล่อยลงไปในพื้นที่ขังเลี้ยงสามแห่งที่สร้างไว้แล้วนอกเมืองกำแพงดำ
ด้วยความช่วยเหลือจากบริวารมนุษย์ศิลา อวี่โจ่วยิ่งทำงานรวดเร็ว เพียงสองสัปดาห์ครึ่งก็ล้อมเขตพื้นที่กว้างสิบลี้ได้สามแห่ง พร้อมสร้างรั้วหินสูงแหลมรอบ ๆ
ข้างในมีโรงเรือนขนาดแตกต่างกันไปสำหรับให้พวกมันอยู่อาศัย
ความคิดของลู่เซิ่งคือลองเลี้ยงดูสิ่งมีชีวิตทั้งสามชนิดนี้ก่อน แล้วค่อยดูว่าประชากรเผ่ากุยป๋าชอบชนิดไหนมากกว่า สุดท้ายจึงค่อยวางแผนอย่างสมเหตุสมผล
แน่นอนว่าสิ่งมีชีวิตขั้นหนึ่งมากมายปานนี้ ก่อความวุ่นวายโกลาหลได้ง่ายดายนัก ยิ่งมี "วัวแดง" สปีชีส์อารมณ์รุนแรงรวมอยู่ด้วย
คราวนี้ก็ถึงคราเห็นผลของ "ตำราควบคุมอสูร"
อวี่โจ่วพยายามฝึกฝนวิชานี้จนชำนาญบ้างเล็กน้อย แล้วไปควบคุมหัวหน้าของแต่ละเผ่าพันธุ์ จากนั้นจึงบงการพวกมันให้ปกครองทั้งเผ่าพันธุ์ต่อทอด
