ในหัวของเธอสับสนวุ่นวาย ตัดอย่างไรก็ตัดไม่ขาด คิดอย่างไรก็คิดไม่ตก
แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่จิงเนี่ยนมองเห็นชัดเจน
เธอไม่ชอบที่พี่ชายใช้น้ำเสียงอ้างว่า “ทำเพื่อเธอ” มากำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับโหลวเซียว ถึงขั้นตัดสินไปแล้วว่าไม่มีทางเป็นไปได้
ทำไมกัน?
ความหงุดหงิดและความน้อยใจที่แฝงด้วยความดื้อรั้น ซึ่งแม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่ทันสังเกต พลันปะทุขึ้นมาในใจ
จิงเนี่ยนสูดหายใจลึก ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้น สีหน้ากลายเป็นงุนงงไร้เดียงสาไปแล้ว
ดวงตารูปแอปริคอทใสกระจ่าง ราวกับฟังไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดจริง ๆ ทั้งยังแฝงแววขุ่นเคืองเหมือนถูกใส่ร้าย “พี่พูดเรื่องอะไรน่ะ?”
เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย ลักยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้น “คิดอะไรไม่คิดอะไร หมายถึงอะไรกัน?”
“ฉันกับโหลวเซียวก็เป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นธรรมดา เขาช่วยฉันไว้ตั้งหลายครั้ง ฉันจะทำหน้าเย็นชาใส่เขาได้ยังไง?”
“อีกอย่าง เรื่องเฉียวซีเห็น ๆ อยู่ว่าเธอหาเรื่องใส่ตัวเอง แล้วกลายเป็นว่าโหลวเซียวแตกหักกับคนอื่นเพราะฉันได้ยังไง? พี่นี่จินตนาการเก่งเกินไปแล้ว”
จิงเนี่ยนพูดพลางลุกขึ้นยืน
เธอโยนหมอนอิงกลับไปบนโซฟา ทำท่าราวกับ “ขี้เกียจคุยกับพี่แล้ว” ก่อนหันหลังเดินไปทางบันได
เธอยืดเส้นยืดสาย น้ำเสียงสดใส พยายามกลบเกลื่อนให้ผ่านไป “นั่งรถจนปวดหัวเลย ฉันขอกลับห้องไปอาบน้ำก่อนนะ”
“พี่ก็รีบพักผ่อนด้วย อย่ามัวแต่กังวลเรื่องไม่เป็นเรื่อง ระวังจะมีริ้วรอยนะ!”
เมื่อเห็นแผ่นหลังของเธอที่ดูร้อนตัวและรีบร้อนจะหนีอย่างชัดเจน จิงวั่งก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้น แววตาหม่นลง
ยัยเด็กนี่ ไม่ซื่อตรงจริง ๆ ด้วย
