หลินชิงเยวี่ยสะดุ้งกับการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันของเขา กำลังจะดิ้นหนี เสิ่นเช่อก็ใช้สายตาปรามเธอไว้เสียก่อน
เวลานั้นเอง เสียงพูดคุยก็ดังขึ้นจากในพุ่มหญ้า “พูดมาสิ ฉันเก่งกว่าไอ้ไม่ได้เรื่องที่บ้านแกไหม”
“แน่นอนว่าแกเก่งกว่า ไม่อย่างนั้นฉันจะคิดถึงแก อยากมาหาแกทุกวันได้ยังไง”
ตอนนี้หลินชิงเยวี่ยฟังออกแล้วว่าเสียงอะไรดังอยู่ด้านนอกพุ่มหญ้า เธออดด่าตัวเองในใจไม่ได้ นี่เธอทำอะไรลงไป ถึงกับลากเสิ่นเช่อมาดูเรื่องแบบนี้ เธอยังจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนอีก
ไม่ได้ ต้องดูให้รู้ว่าเป็นใครกันแน่ ไอ้สองคนที่ไร้ยางอายนั่น เธอกำลังจะเอื้อมมือแหวกพุ่มหญ้าออกไปดู เสิ่นเช่อก็รีบยกมือปิดตาเธอ แล้วกระซิบข้างหูว่า “อย่าดู สกปรก”
ลมหายใจของเขาปัดผ่านใบหู มาพร้อมกลิ่นสดชื่นของป่าเขา คำว่า “อย่าดู สกปรก” นั้นเหมือนเข็มเล่มเล็กที่สะกิดใจเธอเบา ๆ ทำให้เธอทั้งอับอายและกระอักกระอ่วน ทั้งยังรู้สึกว้าวุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
แก้มของหลินชิงเยวี่ยร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ราวกับถูกน้ำเดือดสาดใส่ แม้แต่โคนหูก็แดงไปหมด
ถ้อยคำหยาบโลนเหล่านั้นแทรกเข้ามาในหู ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว มือไม้ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน
ตอนนั้นเองเธอถึงได้สำนึกว่า ความหุนหันพลันแล่นเมื่อครู่ก่อเรื่องใหญ่เพียงใด เธอถึงกับลากเสิ่นเช่อมาเห็นเรื่องลับ ๆ ที่ไม่ควรเห็นเข้าแล้ว
ฝ่ามือของเสิ่นเช่ออุ่นและหยาบกระด้าง ทว่าตอนปิดตาเธอกลับออกแรงเพียงเบา ๆ ก็สามารถกันภาพด้านนอกไม่ให้เธอเห็นได้หมด
เสียงหยอกเย้าด้านนอกยังคงดำเนินต่อไป ฟังดูเหนียวเหนอะจนชวนให้ขนลุก
