หลินชิงเยวี่ยปัดมือของอีกฝ่ายออก ใบหน้ากลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ “อย่าพูดเหลวไหลสิ พวกเธอไปซื้อของกันก่อนเถอะ ฉันมีธุระส่วนตัวต้องจัดการนิดหน่อย เที่ยงนี้ค่อยไปเจอกันที่ร้านอาหารรัฐ”
หลี่หมานหมานรีบถาม “ชิงเยวี่ย เธอจะไปไหน ให้ฉันไปเป็นเพื่อนเถอะ!”
หลินชิงเยวี่ยส่ายหน้า ยิ้มพลางตอบว่า “ฉันจะไปโทรศัพท์กลับบ้าน พวกเธอไปทำธุระของตัวเองเถอะ จะได้ไม่เสียเวลา”
เจ้าเว่ยตงพยักหน้าเห็นด้วย “คุณหลี่ คุณหลินพูดถูกแล้ว พวกเราไปซื้อของกันก่อนเถอะ แล้วค่อยไปเจอกันที่ร้านอาหารรัฐ”
แม้หลี่หมานหมานจะยังไม่ค่อยวางใจ แต่พอเห็นหลินชิงเยวี่ยยืนกรานเช่นนั้น จู่ ๆ ก็เข้าใจขึ้นมา ขยิบตาให้หลินชิงเยวี่ยแล้วกระซิบว่า “ฉันเข้าใจแล้ว เธอจะไปเดตกับเสิ่นเช่อนี่เอง”
“แค่ก ๆ ๆ”
หลินชิงเยวี่ยสำลักจนไอไม่หยุดเพราะคำพูดของอีกฝ่าย แก้มแดงก่ำราวกับแอปเปิลสุก ยื่นมือไปบิดแขนหลี่หมานหมานทันที “ถ้าเธอยังพูดเหลวไหลอีก ฉันจะไม่คุยกับเธอแล้ว!”
“เอาน่า ๆ ฉันไม่พูดแล้วก็ได้” หลี่หมานหมานหัวเราะพลางหลบ ก่อนเดินตามเจ้าเว่ยตงไป พอเดินไปได้สองก้าวก็หันกลับมาโบกมือให้หลินชิงเยวี่ย “งั้นพวกเราไปก่อนนะ เจอกันที่ร้านอาหารรัฐ อย่ามาสายล่ะ!”
หลินชิงเยวี่ยมองจนทั้งสองเดินลับตาไป ถึงได้ถอนหายใจออกมา เธอยกมือแตะแก้มที่ยังร้อนผ่าว ในใจทั้งโมโหทั้งขำ
หลี่หมานหมานนี่ ในหัวคิดแต่เรื่องอะไรอยู่ทุกวันกันนะ! เธอตั้งสติแล้วหันหลังเดินไปทางตลาดมืด
ตลาดมืดซ่อนอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ที่ไม่สะดุดตา หลินชิงเยวี่ยใช้ผ้าพันคอคลุมศีรษะไว้ แล้วหยิบข้าวสารกับแป้งสาลีออกจากพื้นที่ใส่กระเป๋าสะพายหลัง ก่อนเดินตรงไปยังทางเข้า
